(Valentine Short-Fic) : Boku no taisetsena Hito
posted on 14 Feb 2008 08:53 by aitessy in SHORTFIC
Title : Boku no taisetsena Hito (คนสำคัญของผม)
Type : Short Fiction
Cast : Yamashita Tomohisa & Tegoshi Yuya
Author : Tegoshi
"นี่ ทางนั้นมันมืดไปหน่อยนะ เทโงชิคุงขยับอีกนิดไม่ได้หรอครับ"เสียงดังเอ่ะอ่ะในห้องแต่งตัวเล็กๆดังขึ้นหลังจากที่คนอย่างผม คนที่พยายามทำงานเต็มที่ต้องมารับการถ่ายแบบในนิตยสารเล่มหนึ่งซึ่งก็ถ่ายเป็นประจำทุกเดือนจนชินแล้วแต่...
"เข้าไปใกล้ๆอีกนิดสิครับ แบบนี้รูปไม่สวยเลยนะครับ" โถ่!!! ทำไมถึงทำกับผมแบบนี้ล่ะคุณตากล้อง นี่อยากแกล้งผมรึเปล่าครับเนี่ยะ ฮื่อ...ผมอยากกู่ร้องให้ก้องตรงนั้นเลยให้ตายสิ
"เทโงชิคุง อย่าเกร็งสิครับ" งั้นคุณก็อย่ามากดดันผมสิฮะ ชิ... ผมแทบอยากตะโกนให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลยถ้าไม่ติดว่ากลัวคนที่เป็นโมเดลลิ่งของผมซึ่งยืนทำหน้าหล่อเหลาตามธรรมชาติจนแก้มที่พ่อแม่ผมให้มาจะมันร้อนเกินไปซะแล้วนะ เข้าไปใกล้มากกว่านี้ใบหน้าของผมมันต้องแสดงออกมาแน่เลย
"นี่...นายกลัดกระดุมผิดช่องแล้วนะ เทโงชิ" ให้ตายสิ...ผมแทบอยากจะก้มโค้งงามๆขอโทษเลยด้วยซ้ำ นี่ผมลนลานจนขนาดที่โมเดลลิ่งของตัวเองต้องจับมือผมแล้วเคลื่อนมืออีกข้างไปปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกแล้วไม่ได้ใส่ต่อ เพียงแต่ตอนนี้ตรงหน้าของผมคือลำตัวและหน้าท้องของโมเดลจำเป็นที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยงามแบบนี้ เฮ้ย!!! เทโงชิ ยูยะ นายเป็นอะไรไปเนี่ยะ
"เทโงชิ..."
"คะ...ครับ" ผมแทบจะกลายเป็นทหารที่รับฟังคำสั่งของเจ้านายปล่อยไก่ตะโกนครับลั่นจนคุณตากล้องได้บริหารหน้าท้องหัวเราะเล็กน้อย นี่คุณทำให้ผมเป็นอย่างนี้นะฮะยามาชิตะคุงยังหัวเราะได้อีกนะครับ
"นายติดกระดุมแค่นี้ก็พอนะ ถ้าตัวนี้ติดหมดเดี๋ยวมันไม่เท่ห์นะ ..." ไม่ได้พูดเปล่าแถมทิ้งท้ายด้วยการขยิบตาข้างเดียวคล้ายโฆษณาชวนซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผสมน้ำผึ้งอย่างนั้น อย่าทำแบบนี้สิผมเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะฮะ
"ครับ..." ผมไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากหลับหูหลับตาที่ตัวเป็นสไตล์ลิคเด็กดีไม่งอแงหน้ากล่องถ่ายรูป แต่กว่าการเทสต์และแสงหน้าแฟตจะหมดลงจากใบหน้าของผมและโมเดลคนหล่อนามว่ายามาชิตะคุงก็หลายเวลาอยู่เช่นกัน
แต่ถ้าถามผมว่าวันนั้นผมรู้สึกยังไงแล้วถ้าใครมาถามผม ผมก็อยากพูดเหมือนกันว่า เวลาคุณได้อยู่ใกล้ๆกับคนที่ตัวเองปลาบปลื้มและเคารพมันเป็นอย่างไง ก็ผมปลื้มคนๆนี้นี่ จริงๆนะ
.
...
....
ผมนึกอะไรไปต่างๆนานเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งที่คิดไปเยอะแล้วแท้ๆแต่ทำไมไม่ว่าผมจะคิดยังไงหัวสมองผมก็ต้องตกอยู่ที่เหตุการณ์ที่ไม่น่าจดจำเอาซะเลย เรื่องที่น่าประทับใจในวงก็มีตั้งเยอะแยะแต่ทำไมหัวผมมันดันแปลกๆอย่างนี้เนี่ยะ ผมสะบัดหน้าตัวเองแรงๆเรียกสติให้คืนมาอีกครั้งก่อนจะมองไปยังกองเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวที่ทางคุณสต๊าฟได้จัดเตรียมไว้ภายในห้องที่ตอนนี้ยังไม่มีใครเข้ามา และตอนนี้ผมก็จดจ้องอยู่กับเสื้อตัวหนึ่งภายในห้องแต่งตัวนั่นแหล่ะ เสื้อเชิ๊ตเนื้อดีที่ทางคุณพี่สต๊าฟนำมาให้และแขวนไว้ในคราวนั้นซึ่งมันมีเป็นภูเขาเหลากา ผมเองในตอนนั้นก็มึนและออกจะอึ้งด้วยซ้ำที่ได้สคลิปและรู้ว่าครั้งนั้นผมต้องทำอะไรกับใคร ถ้าให้ผมรู้สักนิดนะ หือ... นี่ถ้าคุณโมเดลลิ่งที่ผมแต่งตัวให้ไม่กระซิบอกผมบ้าง ผมคงทำเค้าออกมาประหลาดแน่ๆเลย
และถ้าตอนนั้นออกมาไม่ได้เรื่อง ความน่ารักช่างออดอ้อนของผมอาจเป็นอาวุธที่ใช้ไม่ได้ผลก็ได้
ไม่ใช่ว่าผมเป็นโรคจิตนะแต่พอคิดอะไรไปเพลินๆมือของผมก็เผลอไปลูบคลำเจ้าเสื้อเชิ๊ตสีขาวตัวปัญหาซะแล้ว มันไม่ได้ขาดรึว่าอะไรทั้งนั้นแต่ว่ามันทำให้ใบหน้าของผมร้อนไปหมดแล้ว สาบานได้เลยว่าผมไม่ได้เป็นไข้แปดล้านเปอร์เซนต์
"แอ๊ด...!!! อ้าว! เทโงชิ นายอยู่ที่นี้เองเหรอ" ผมแทบจะผลักกองเสื้อผ้าทั้งราวทิ้งเพราะเสียงของคนๆหนึ่งที่คุ้นเคยนี่แหล่ะ แต่ผมก็ต้องปั้นหน้าไร้พิรุธหว่านยิ้มเรี่ยราดใส่ให้ไร้พิรุธที่สุด อย่ามาสงสัยผมนะผมไม่มาขโมยของนะฮะ นิชิคิโดคุง...
"ครับ มีอะไรรึเปล่าครับ" ผมยิ้มร่าพลางถอนตัวออกจากกองเสื้อผ้าปรี่ไปหารุ่นพี่ที่เคารพคนหนึ่งด้วยความเร็วให้แนบเนียนที่สุดและได้แต่ส่ายหน้าเบาๆพร้อมทำตาอ้อนๆให้น่าเอ็นดูเข้าไว้
"งั้นก็แล้วไป คนอื่นมากันพร้อมแล้วนะออกไปข้างนอกเถอะ ไป..." ไม่ต้องรอให้นิชิคิโดคุงบอกเป็นครั้งที่สองผมก็ติดเกียร์โกรยขาออกจากห้องแล้วนั่นแหล่ะ ก็จริงอย่างที่นิชิคิโดคุงพูดเพราะถ้าดูเวลาจากหน้าจอมือถือของผมมันก็ปาไปครึ่งชั่วโมงแล้วที่ผมเตร่ออกจากห้องตั้งแต่เดินทางมาถึงบริษัท
นี่ผมพลาดอะไรรึเปล่า
...ที่นิชิคิโดที่เดินออกมาทีหลังแล้วตีคู่เดินข้างกันยิ้มแปลกๆตั้งแต่เดินออกมาแล้ว
******************************************************
"มาช้านะเทโงชิ..." ผมแทบอยากจะหน้าบึ้งใส่ให้สมกับที่ผมมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ก็เอาเถอะฝากบัญชีไว้ก่อนเถอะ ชิเงะ ชิ! มาก่อนนายตั้งกี่นาทังมาว่าคนอื่นเค้าอีก
"แล้วไปไหนมาล่ะ เทโงชิ..." ถึงแม้จะเป็นคำถามโดยทั่วไปแต่ทำไมต้องมางัดถามกันตอนนี้ด้วยล่ะเคจัง ผมต้องหาอะไรมางัดความฉลาดน้อยของตัวเองออกไปจากหัวให้ได้เอาสิ
"หมอนี่ไปจมกองเสื้อในห้องแต่งตัวมา" นั่นปะไรผมเพิ่งรู้ว่านอกจากนิชิคิโดคุงจะเป็นพี่ชายที่แสนดีของผมและคนอื่นๆแล้วยังเป็นโทรโค่งดีๆสำหรับการก๊อตซิบอีกต่างหาก แต่ผมเองก็ไม่อยากให้ในวงยิ่งกว่านี้โดยเฉพาะบุคคลที่นั่งกุมถ้วยกาแฟมองไปยังเพื่อนร่วมวงที่นั่งกินขนมไม่สนใจชาวบ้านหรอก
"งั้นเหรอ...แต่ฉันว่าเราไปซ้อมกันดีกว่านะ เดี๋ยววันนี้จะอยู่เย็นกันซะเปล่า ฉันไม่อยากอยู่เย็น... รู้ไว้ด้วย" งั้นเหรอ...จริงสินะ วันนี้จะมีใครอยากอยู่เย็นกันล่ะ และดูท่าทางคนนิชิคิโดคุงผู้พูดที่ก็ใบหน้าเริ่มติดหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อพูด ท่าทางเค้าคงโดนใครสักคนไล่ให้มาทำงานสินะ ^_^
"เออ..."
.
...
......
ผมสาบานได้ว่าเวลามันผ่านไปเร็วมาก ทั้งที่วันนี้ผมอยากให้มันอยู่เรื่อยๆ เดินช้าๆเป็นเด็กดีตามใจผมสักวันบ้างแท้ๆ และช่วงนี้ทุกคนก็เริ่มขี้เกียจกันซะแล้วสิฮะ หลังจากที่ซ้อมเพลงที่เป็นซิงเกิลตัวใหม่อยู่ได้ไม่กี่รอบทุกคนก็ขอบายเสียและที่สำคัญวันนี้ผมล่ะอยากปวดเศียรเวียนเกล้าดีนักเพราะว่าท่านลีดเดอร์ที่เป็นขวัญใจของผมมาเนิ่นนานคนนี้ยังไม่ยอมพููดอะไรกับผมสักคำเลย
"ให้ตายสินายน่ะ อะไรหนักหนาโคยามะ" ผมได้แต่หัวเราะแหะๆกับเสียงดุๆของเพื่อนที่ร่วมวงที่อายุเท่ากัน ผมจำได้อย่างหนึ่งว่าเคจังอายุมากกว่าเพื่อนผมคนนี้เกือบสามปีนะแต่ไหงทำหน้าปานเด็กอยากได้ลูกอมอย่างนั้นล่ะ
"ก็วันนี้เป็นวันอะไรล่ะ ชิเงะ..."
"วันพฤหัสไง"
"มันเป็นวันแห่งความรักของเรานะชิเงะ..." ผมล่ะอยากจะหัวเราะดังๆที่เห็นหน้าของเพื่อนที่อายุเท่ากันแดงยิ่งกว่าผลไม้สีแดงเสียอีก ให้มันได้อย่างนี้ฮะเคจังสมแล้วที่เป็นรู้จักกันมานานแต่ดูท่าทางเคจังก็ยังคงอ้อนชิเงอากิไม่เลิกสักที
"ตายแล้ว..."
"ใครตายไม่ทราบ"ผมรีบพับโครงการหูสว่างพาเพลินไปโดยปริยายเพราะเสียงผู้มีอำนาจมากกว่าใครดังขึ้นแกมสนุกสนานเมื่อเห็นลีดเดอร์คนงามยังคงทำหน้าตาหงุดหงิดไม่เลิก เค้าเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ยะผมเองก็งงมาตั้งแต่เช้าแล้ว ทะเลาะกับที่บ้านมาเหรอหรือว่ายามาชิตะคุงทะเลาะกับเพื่อนมา งื่อ...ยูยะอ่านใจคนอื่นไม่เป็นนะครับ
"ทำไมทำหน้าบูดปานก้นลิงอย่างนั้นล่ะ ไม่หล่อเลยนะโทโมะคุงเห็นมั้ยว่าคนอื่นเค้ามองอยู่" ผมรู้สึกว่าคำพูดของนิชิคิโดคุงมันทำครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆและยิ่งยามาชิตะกวาดสายตามองสมาชิกแล้วมองมาที่ผมมันก็ยิ่งงงๆจนผมยิ้มแหยๆไปนั่นแหล่ะ ผมถึงได้กินความเก้อไปเพราะนอกจากจะไม่ยิ้มคืนแล้วยังจะสะบัดหน้าหนีผมอีก ...
"ก็ไม่มีอะไรพอดีวันนี้เพลียๆก็เลยอารมณ์ไม่ดี โทษทีนะเรียวจัง วันนี้ฉันว่าคงจะกลับบ้านเลยน่ะแต่นายจะไปไหนรึเปล่า"
"ไปดิ่แต่คงไม่ไปรื่นเริงกับนายหรอกนะยามะพี วันนี้มันต้องอยู่กับคนพิเศษเท่านั้น" แค่เห็นรอยยิ้มแบบนั้นผมก็ถึงบางอ้อด้วยตัวเองไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่จุดรอยยิ้มอ่อนโยนแบบนี้ให้เห็นได้กำลังนึกถึงใครอยู่ ถึงแม้จะยิ้มเลี่ยนขนาดไหนแต่รอยยิ้มของนิชิคิโดก็ไม่เคยถึงตาเหมือนกับวันนี้เลย
"เหรอ...ช่างเถอะ ฉันไปนอนกรอกเบียร์คนเดียวก็ได้"ยามาชิตะคุงได้พูดพะงาบๆคนเดียวก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้ง ผมละอยากจะรู้จังเลยว่าใครกันหนอถ้าไปกระตุกต่อมของบุคคลผู้เก่งกาจแห่งปีให้เหี่ยวได้ขนาดนี้
"นี่...มัสสึ ไหนๆเคจังก็ไปกับชิเงะแล้วนายไปร้องเกะกับผมต่อมั้ย โอเคเปล่า" ผมลองหันไปถามเพื่อนซี้ปึกดูเพราะหลังจากงานล้นมือมาพอสมควรยังไม่มีเวลาเลยที่ผมกับเพื่อนคนนี้จะได้ไปแหกปากตามใจตัวเองให้เมามายกับเสียงดนตรีกันไปข้างนอกจากวันนี้จะเป็นวันแห่งความรักแล้วผมขอท้วงเลยว่าวันนี้เป็นผมที่ผมโดนไอ้เพื่อนบ้านี่ปฏิเสธโดยไม่จังหวะเว้นวรรคสักคำ
"โทษทีนะ เทโงชิวันนี้ฉันมีนัดไปดูหนังสือกับนากามารุซังแล้วล่ะ กลับบ้านนอนร้องเองที่บ้านแล้วกันนะ" ผมอยากจะร้องให้ก้องไปเลยตั้งแต่มีรุ่นพี่วงคัตตุนมาคุยแล้วเกิดถูกคนขึ้นมาตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาไม่ว่าบทสนทนาไหนของเจ้ามัสสึจะไม่พ้นบุคคลนี้เลย นานกามารุคุงมาแย่งตำแหน่งเพื่อนสนิทของมัสสึดะ ทาคาฮิสะแทนผมตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยะ
"กลับไปเล่นกับทินี่ที่บ้านเถอะยูยะ..."ผมรู้สึกเหมือนมีมีดหลายๆเล่มมาปักไว้ที่กลางอกผมเหลือเกินนะ เพื่อนรักชิเงอากิหักเหลี่ยมผมอย่างโหดร้าย ฮึก...แต่ก็ช่างมันเถอะสงสัยวาเลนไทน์ปีนี้ยูยะคงต้องกินช๊อกโกแลตที่ตัวเองทำกับทีนี่แล้วล่ะ
"งั้นพวกเราไปก่อนนะ"
"เดี๋ยวสิฮะทุกคน นี่ครับ" ผมไม่ลืมหรอกที่จะเอาสิ่งที่ติดตัวกับกระเป๋าเป้ใบพะลุงพะลังของตัวเองออกมา มันคือขนมตามเทศกาลตามมารยาทที่ทุกปีผมมักจะทำเองกับมือมาให้กับสมาชิกทุกคนถึงแม้ว่าจะไม่มีใครแต่ผมชอบนี่เพื่อนร่วมวงจะได้เอ็นดูผมไงนี่แหล่ะวิธีหนึ่งในการมัดใจของผมและมันก็มักใช้ได้ผลเสมอด้วย คราวนี้ก็เช่นกัน
"ขอบคุณนะเทโงชิคุง อย่างน้อยวันนี้ก็ได้กินช๊อกโกแล๊ตของนายก่อน...ใครบางคน" ผมได้แต่หัวเราะคิกคักกับทุกคนไม่ได้สนใจอะไรเพราะว่านิชิคิโดคุงใครๆในวงก็ต่างรู้นิสัยกันอยู่แล้วนี่หนาไม่มีใครสนใจหรอกเรื่องแค่นี้และที่สำคัญผมน่ะไม่ได้มีค่าใครมานั่งเป็นห่วงอยู่แล้ว
"ไงก็ขอบใจนะ ฉันไปก่อนนะเทโงชิ"มัสสึเองก็ขยี้หัวผมเบาๆก่อนเดินตามคนอื่นๆออกไป หว่า...วาเลนไทน์นี่ทุกคนน่าจะมีความสุขดีนะ เหลือแต่ผมนี่แหล่ะที่วันนี้ต้องได้อยู่เป็นเด็กดีกับบ้านกับเรือนอีกแล้ว
ถึงแม้ว่าตอนนี้ห้องพักของวงจะไม่มีเสียงอะไรมารบกวนแล้วแต่ผมก็ยังรู้สึกได้ดีจนเกร็งตัวไปหมดในเมื่อห้องกว้างๆแห่งนี้ยังมีเพื่อนร่วมวงอีกคนทีฟุบหน้าลงกับโต๊ะที่มักหาอะไรมานั่งกินด้วยกันบ่อยๆและท่าทางจะไม่ยอมตื่นขึ้นมาง่ายๆในความรู้สึกของผม แต่ถ้าจะทิ้งเคาไว้คนเดียวผมว่ามันก็คงไม่ดีหรอกมั้ง
"ยามาชิตะคุงฮะ...ยะ" โถ่...ผมทำอะไรไปเนี่ยะครับพระเจ้า ไปปลุกคนที่กำลังหลับแล้วผมเองก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าถ้าใครไปหาญกล้าปลุกคนนอนให้ตื่นขึ้นมาสักคนมันน่ากลัวขนาดไหน นายเป็นเด็กมีแล้วไงเทโงชิ ยูยะ แล้วความพยายามในทางที่ผิดของมก็สำฤทธิ์ผลเสียด้วย ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับยามาชิตะคุง
"ตื่นแล้วเหรอครับ" ผมบังอาจพูดจาที่มันก็เห็นอยู่กับตาอีกแล้วท่าทางว่าวันนี้ผมจะเปิ่นเอามากๆเลยนะครับเนี่ยะที่เวลาอยู่กับเค้าคนๆนี้สองต่อสองจะเป็นแบบนี้ตลอด แล้วคำตอบของคนที่ผมต้องการก็มีแค่การพยักหน้ายุ่งๆรับเท่านั้น
"ขอโทษนะครับที่เสียมารยาท..."
วินาทีนั้นรู้สึกได้ว่ามันเงียบพิกลๆจนผมอยากจะร้องไห้ดังๆแต่ยามาชิตะคุงก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากจะวางมือไว้ที่ไหล่ผมเบาๆให้สะดุ้งเล่น
"ช่างมันเถอะ"
"เออ...แล้ววันนี้คุณ..." ผมแทบปั้นหน้าไม่ถูกว่าจะพูดอะไรดีเพราะว่าใบหน้าของผมมันเริ่มร้อนอีกแล้วนี่หนา ให้ตายสิผมไม่อยากอยู่ใกล้ๆกับยามาชิตะคุงเลย
"ยูยะ..." ชื่อของผมที่ไม่ค่อยมีใครเรียกกันในวงถูกลีดเดอร์คนเก่งมาเรียกอะไรในเวลาแบบนี้ล่ะครับ ยามาชิตะคุงอย่าทำให้ผมใจเต้นแรงแบบนี้สิครับ ผมไม่ชอบนะ แถมมือของยามาชิตะคุงที่ผมอุตส่าห์นั่งตรงเก้าอี้ใกล้ๆยังเลื่อนขึ้นมากุมไว้ที่แก้มผมเบาๆให้ร้อนเล่นยิ่งกว่าเดิมอีก
"ครับ"
"ทำไมวันนี้...คนที่ได้ช๊อกโกแลตของนายคนแรก...ถึงไม่ใช่ฉันล่ะ" หา! อะไรกันเนี่ยะ ผมแทบอยากจะขำพรืดใหญ่ให้รู้แล้วรู้รอดกันไปอะไรจะมาลงในวันนี้หนอ ก็คนที่น่าจะได้รับขนมรสหวานของวันนี้มากกว่าใครกับมาถามผมแบบนี้มันไม่แปลกไปหน่อยหรือและที่สำคัญก็
"เมื่อคืนนี้คุณบอกผมเองนี่ครับว่าไม่ชอบทานช๊อกโกแลต"
"ถึงจะบอกแต่ก็ไม่น่าให้ไอ้เรียวจังตัดหน้าฉันนี่ ยูยะ" ผมอยากจะเอคโค่เหลือเกินว่าผมไม่ผิดนี่ ก็ในเมื่อเมื่อคืนนี้ผมคุยกับยามาชิตะคุงผ่านมือถือแล้วบอกว่าไม่ชอบทานแล้วผมจะทำมาทำไมล่ะแต่ถ้าอย่างนั้นผมคงได้เห็นคนๆบางคนโกรธผมล่ะสิ...เอ๊ะ...รึว่า
"อย่าบอกนะครับว่าวันนี้ที่คุณไม่คุยกับผมเพราะว่าเรื่องนี้..." ผมมองหน้าเค้าเล็กน้อยก่อนที่จะลอบยิ้มออกมาเองจนถูกสองมือใหญ่กว่าดึงตัวของผมให้ลอยจนต้องหลับตาปี๋
"นี่นายกำลังว่าฉันงอนรึไงยูยะ" ผมได้รับคำตอบของคนที่โอบรัดผมเบาๆตอนนี้ตัวของผมนั่งอยู่บนตักของชายหนุ่มลีดเดอร์บนเก้าอี้ตัวเดียวกันหากแต่ว่าผมมองไม่เห็นใบหน้าของเค้าในตอนนี้เลย ยิ่งมือของยามาชิตะคุงรัดผมแน่นเท่าไหร่ผมก็ไม่ไดรู้สึกอึดอัดเลยเว้นแต่ผมกับอยากวางไว้บนฝ่ามือของยามาชิตะใจจะขาด และเมื่อทำได้อย่างนั้นผมก็ได้ยินของเสียงรุ่นพี่ร่วมวงเอ่ยขึ้น
"ฉันแค่อยากให้นายหาความเอ็นดูจากคนอื่น อย่าไปอ้อนคนอื่นอีกเลยนะยูยะ"
"ก็ถ้าผมไม่ทำแบบนี้แล้ว ใครจะใดจีกับผมล่ะครับ" ผมพูดอะไรออกไปเนี่ยะ นี่ผมกำลังจะชวนรุ่นพี่ที่ผมเคารพมากที่สุดทะเลาะกันรับวันหวานๆของใครหลายคนอีกแล้วรึนี่
"ยูยะ..."
"ผมขอโทษฮะ..." ผมรีบข่มปากเงียบในบัดดลเพราะไม่อยากยืดเรื่องให้เหลวไปกว่านี้เพราะแค่นี้มันก็น่านพอแล้วสำหรับผมที่ไม่ได้ยืนเสียงคนสำคัญพูดคุยกับตัวเองตั้งแต่เข้าบริษัทมาเกือบสี่ชั่วโมงที่เราอยู่ใกล้ๆกัน
"ฉันไม่อยากให้ใครมาเอ็นดูนายเกินฉันหรอกนะ เด็กดื้อ" ผมรู้สึกอุ่นวาบจนต้องหลับตาปี๋เมื่อจมูกของยามาชิตะคุงกดมาสัมผัสที่แก้มอันน่าภาคภูมิใจ "แล้วที่สำคัญใครรำคาญถ้าเห็นนายให้
ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าฉันเข้าใจมั้ย”ถ้าผมตอบว่าไม่เข้าตัวเองคนโดนลงโทษมากกว่าการถูกกดจมูกกับแก้มอีกข้างหนึ่งแน่ๆไม่เอาหรอก ผมไม่อยากกลายเป็นกระต่ายแก้มแดงตามราศีเกิดหรอกนะฮะ
"ฮะ...งั้นคุณก็ไม่ได้โกรธผมแล้วสินะฮะ" ผมฉีกยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองไปหนึ่งครั้งเพื่อเรียกความมั่นใจไม่ต่างจากมือของผมที่พาลไปคว้ากระเปาที่วางไว้บนโต๊ะมากอดแน่น
"ใช่...ถ้านายมีอะไรมาให้ฉัน...ไหนล่ะช๊อกโกแลตตามมารยาทของฉัน"
"แล้วถ้าผมบอกว่าไม่ได้ทำมาล่ะครับ" ผมลองยื่นอุทธรณ์เล็กน้อยเมื่อเทียบแล้วมันก็คงไม่คุ้มก็ในเมื่อผมถูกรุ่นพี่คนนี้รังแกด้วยการหอมแก้มของผมอีกข้าง คนอะไรก็ไม่รู้เจ้าเล่ห์มากๆจนผมต้องยกมือขึ้นมาลูบแก้มตัวเองเบาๆ
"ไม่ได้ทำมาฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ว่าจะเอาเรื่องที่นายไปลูบๆคลำๆเสื้อฉันไปเล่าให้คนอื่นฟังให้หมดเลย" โถ่เอ๊ย เรื่องแค่นี้มัน...อ๊า...รู้ได้ไงล่ะว่ายูยะไปทำอะไรมาตอนไหน สงสัยต้องเป็นนิชิคิโดคุงแน่ๆที่เอาไปบอกน่ะคนใจร้าย ผมอุตส่าห์ทำตัวราบรื่นที่สุดแล้วแต่ทำไมนิชิคิโดคุงต้องเอาเรื่องน่าอายแบบนี้มาบอกเจ้าของเสื้อด้วยล่ะ
"แถมเรื่องนิตยสารที่ฉันไปถ่ายมาอีก ถ้าไม่บอกว่าหึงกับคนอื่นแล้ววันนั้นนิตยสารที่ฉันเอามาจะหายไปไหน หือ...ยูยะคุง" โถ่...ชิงเอากิคราวนี้ทำไมเพื่อนรุ่นเดียวกับผมมาหักเหลี่ยมผมอย่างนี้ล่ะครับ นึกว่าวันนั้นเรื่องที่แอบจิ๊กนิตยสารไปนั่งอิจฉาพี่นางแบบหุ่นดีที่บ้านคนเดียวจนคนอื่นที่ตามหากันจับพิรุธได้ไม่ถูกคนอื่นล่วงรู้อีก แต่ไหนยามาชิตะคุงถึงรู้ล่ะ เพื่อนๆไม่ช่วยอะไรผมสักอย่างเลยนะ นิสัยดีกันทั้งวงเลย..ชิ
"ก็...ชิ ยามาชิตะคุงชอบเอาจุดอ่อนของผมมาเล่นอีกแล้วนะ" ผมได้แต่ก้มหน้าลงแล้วซุกกับอกของรุ่นพี่เบาๆพลางถูไถไปมาเหมือนเด็กเอาแต่ใจ แต่ก็นะถึงอย่างนั้นยามาชิตะคุงก็ยังอนุญาตให้ผมทำอยู่ดี แต่ผมอยากเป็นอย่างนี้ล่ะนะเพื่อให้คนที่ผมปลื้มและเคารพได้เอ็นดูผมแบบนี้ไง
"ตรงนี้ล่ะนะฉันถึงได้ชอบ...โอเค ฉันไม่ล้อแล้วนะ งั้นผมขอช๊อกโกแลตตามารยาทสักกล่องนะครับเทโงชิ ยูยะ"
"ถ้าจะเอาตามมารยาทน่ะหมดแล้วครับ ยามาชิตะคุง"
ผมเงยหน้ายิ้มตอบกับคนขออีกครั้งก่อนที่จะยัดมือเข้าไปในกระเปาเป้และหยิบเจ้าขนมกล่องสุดท้ายในนั้นและสำคัญที่สุดออกมาให้เจ้าของผู้รับได้ยลโฉมมันเสียที
"สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับ คนสำคัญของผม"
"รู้มั้ยว่านายแย่งคำพูดของฉันไป หือ...คนสำคัญของฉัน" ใช่แล้วล่ะฮะ คนสำคัญ ...เพราะยามาชิตะคุงคือคนสำคัญของผมและผมเองก็เป็นคนสำคัญของเค้าเช่นกันถึงแม้จะแทบไม่มีใครล่วงรู้ความลับอันนี้แม้หระทั่งเพื่อนร่วมวงก็ตามแต่ผมก็ยังขอเป็นเด็กดีของคนอื่นอย่างนี้ต่อไปไม่ต่างกับยามาชิตะคุงที่ยังไร้พิรุธไร้กลิ่นเรื่องการมีคนรักก็แล้วกัน
"หรอครับ ผมไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ยะ" ผมได้แต่นั่งอมยิ้มอยู่บนตักของรุ่นพี่คนนี้ต่อไป โดยไม่มีใครมาสนใจหรอกกับวันสำคัญวันนี้ว่าใครหรือสมาชิกคนไหนจะทำอะไรกัน ที่ไหน อย่างไรเพราะต่างคนก็ต่างเดินไปหาคนสำคัญของกันและกันอยู่แล้วและห้องพักผ่อนที่ถูกปิดประตูสนิทขนาดนี้ไม่มีใครหรอกที่จะหาญกล้ามาเปิดออก
"อยากรู้รึเปล่าล่ะ"
ผมได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบาๆถ้าผมใจกล้าอยากรู้ ผมก็เสียเปรียบอยู่ดีสู้ให้ผมเป็นเด็กดีอย่างนี้จะดีกว่า ถึงแม้ตอนนี้ไวท์ช๊อกโกแลตที่ผมทำต่างหากเพื่อคนสำคัญจะถูกเปิดกล่องเรียบร้อยแล้วแต่อ้อมกอดของยามิตะคุงก็ยังไม่ปล่อยตัวผมให้เป็นอิสระอยู่ดี
"ขอบใจนะ ยูยะ" ช๊อกโกแลตมันก็ไม่ได้สวยหรูอะไรนักหนาลวดลายอะไรก็ไม่ได้น่ารักเลิศเลอนักหรอกแต่ที่ยามาชิตะคุงขอบคุณผมคงเพราะตามมารยาทล่ะมั้ง "ไม่ต้องขอบคุณหรอก ทานสิฮะ" ผมยิ้มน่ารักให้กับรุ่นพี่ที่น่าเคารพของทุกคนไปอีกครั้งก่อนที่จะเกิดเสียงเงียบระหว่างการบดเคี้ยวเจ้าขนมที่ผมทำกับมือโดยที่ผู้ลิมลองตอนนี้คือเจ้าของตักที่ผมนั่งอยู่นี่แหล่ะ
"ทำไมเหรอครับ ไม่อร่อยหรอฮะยามาชิตะคุง" ผมหันไปมองหัวหน้าด้วยสายตาออดอ้อนเล็กน้อย อะไรกันยามาชิตะคุงที่กินเก่งอะไรก็อร่อยน่ะเงียบปากอย่างนั้นน่ะ แสดงว่าฝีมือของยูยะมัน
ห่วยแตกมากเกินไปจนจะบรรยายเป็นคำพูดได้
"อยากรู้เหรอ ยูยะ" ให้มันได้อย่างนี้สิที่ยามาชิตะคุงไอดอลขั้นเทพลกหน้ามาหาคนอย่างผมได้ แถมที่นี่มันที่ทำงานด้วยนะฮะยามาชิตะคุงเดี๋ยวเพื่อนๆของคุณมาเห็นแล้วมันจะไม่ดีเอานะ
"อยากรู้สิฮะ..." ผมหันหน้าไปทางคนที่กินไวท์ช๊อกโกแลตของผมเข้าไปอีกคำ ท่าทางคงฝืนใจเอามากสิท่ากินไปยังทำหน้านิ่งใส่อีก ผมน้อยใจนะเนี่ยะอย่างน้อยยิ้มให้สักนิดก็ได้ คนอะไรใจดำชะมัด ผมเลยตั้งใจจะหยิบขนมที่ให้ยามาชิตะคุงมาใส่ปากตัวเองบ้างแต่กับถูกมือของรุ่นพี่คว้าเสียก่อน
"ทำไมล่ะฮะ" ผมงงเล็กน้อย
"อยากรู้ว่าอร่อยมั้ยฉันจะบอกให้ยูยะ"ผมได้ยินเสียงของรุ่นพี่ยามาชิตะคุงคนนี้เท่านั้นก่อนที่จะไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกเลยในวินาทีนั้น แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้อย่างนึงจนเกือบเมาคือรสชาติหวานๆของไวท์ช๊อกโกแลตที่กระจายอยู่เต็มปากจนอุ่นระอุไปทั่วและพอกลิ่นหวานหอมจางลงผมก็ได้ยินเสียงกระซิบใกล้ๆที่แผ่วเบาและอ่อนโยนเหลือเกิน
"ความลับ...อย่าไปบอกใครนะ รู้กันแค่สองคนก็พอนะเด็กดี"
ครับ...ผมรู้แล้วยามาชิตะคุง ว่าไวท์ช๊อกโกแลตที่ผมทำเองหวานแค่ไหน
ผมไม่บอกใครเด็ดขาดเลยฮะ ยามาชิตะคุง
แน่นอนว่ามันจะเป็นความลับอย่างดีที่สุด
เผื่อไว้วันที่แน่นอนที่สุดเราถึงจะเปิดมันออกมาใช่มั้ยฮะ ยามาชิตะคุง
ว่าความลับของเราตอนนี้ หวานไม่ต่างจากไวท์ช๊อกโกแลตเลย
.
...
.....
หวานจริงๆนะฮะ
The end…
edit @ 14 Feb 2008 08:59:42 by ♦TICKKIE♦


#1 By ♦TICKKIE♦ on 2008-02-14 09:00