Christmas Shortfiction : This Love
posted on 24 Dec 2007 21:25 by aitessy in SHORTFIC
Christmas Shortfiction : This LoveCast Yamashita Tomohisa & Tegoshi YuyaType: Story pass one the end Another: tegoshi สิ่งที่ผมเห็นตอนนี้คือแสงไฟระยิกระยับท้องฟ้าที่กำลังครื้มลงตามกาลเวลามันไม่ได้เหมือนกับทุกวันทุกผ่านมาเพราะแสงไฟที่เริงระบำคลอกับเสียงดนตรีที่อบอวลไปทั่วนั่นเอง เกล็ดหิมะบนท้องฟ้ายามคริสต์มาสราตรีเริ่มกระจายอำนาจได้อย่างสวยงามเช่นเดียวกับบรรยากาศที่อวลกับความหอมหวานได้ที่เสียงเด็กที่ร้องยินดีกับของขวัญชิ้นโตมันช่างดีจริงๆ คืนคริสต์มาสอีฟ แต่ผม...กับหาความสุขจากวันนี้ไม่เจอเลยสักปี... รอบเมืองตลอดจนบริเวณแห่งนี้ต่างก็ประดับประดาสถานที่ด้วยแสงไฟหลากสีสะท้านดวงตา ถึงกระนั้นไม่คงไม่มีอะไรดีขึ้นเลยสักนิดถ้าเทียบกับคนที่ไม่มีอะไร ใช่...เหงา โดดเดี่ยว ทั้งที่มีเพื่อนแต่มันกับไม่ใช่ เพราะพอถึงคริสต์มาสเพื่อนๆก็มักจะเลือกฉลองความสุขกับคนที่รักมากกว่า แล้วกับคนที่ไม่มีความรักในวันคริสต์มาสอย่างเค้าล่ะ “ยูยะคุง วันนี้จะไปฉลองคริสต์มาสกับใครเหรอจ๊ะ...” เสียงของเด็กสาวคนหนึ่งไปหันมาพูดกับเค้าทั้งที่ยังอยู่ในบริเวณห้องเรียน ถึงจะเป็นโรงเรียนก็ตามแต่เทศกาลสำคัญแบบนี้ใครมันจะมาสนเรื่องการเรียนกันได้ “คงจะได้ฉลองกับคุณซานต้าล่ะ ซาโตมิจัง” เด็กสาวได้แต่หัวเราะคิกคักกับคำพูดลอยๆแกมติดร่าเริงของเด็กหนุ่มที่เอ่ยไป ใช่...ที่นี่ยูยะคุง เทโงชิ ยูยะคือคนที่ยิ้มแย้มและเป็นจุดเด่นเสมอและเพื่อนๆก็ต่างยอมรับในทุกด้านของยูยะคุงคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียน...ด้านกีฬาฟุตบอลลูกกลมที่เล่นไม่ค่อยเก่ง...เรื่องต่างๆนานา ต่างเป็นที่ปลาบปลื้มของเด็กสาวและเพื่อนชายรอบข้างเสมอ และอาจจะเป็นเหตุผลโง่ๆก็ได้ว่าตัวเขาต้องการคนที่เขารักมากกว่าการที่เค้าได้รับความรักมา...เพราะนั่นคือความจอมปลอม “อย่างยูยะคุงน่ะ คงโดนเพื่อนหมายเลขหนึ่งที่มีข่าวควงไปแล้วล่ะ...” “นั่นก็ถูกต้องครับ” เด็กหนุ่มได้แต่ตอบพลางหัวเราะกลบเกลื่อนความรู้สึกไป ความจริงคนที่เค้ามีข่าวด้วยทุกวันน่ะมันไม่ได้เป็นมูลความจริงสักนิด ยูยะคุงของทุกคนที่มีข่าวกับเด็กผู้หญิงห้องc และถูกจัดว่าเหมาะสมน่ะไม่ได้เป็นความจริงสักหน่อย แถมเค้าก็มีคนที่ชอบอยู่แล้วด้วย... แค่เพียงเด็กหนุ่มได้แต่เอ่ยกรุ่นในใจตัวเองพลางกับคิดถึงคนที่ชอบ เซลล์เม็ดเลือดมันก็ขับทำหน้าที่ได้ดีเกินไปเสียแล้ว จนเพื่อนๆของร่างเล็กได้เริ่มส่งเสียงโฮ่ร้องกันสนุกสนาน เจ้าชายตัวน้อยที่ชอบโปรยยิ้มอย่างยูยะไม่ได้ปฏิเสธแต่เรื่องนี้ยูยะขอไม่ตอบใครเด็ดขาด ใครจะคิดยังไงก็ผมไม่เคยสนผมไม่เคยปิดปังอะไรสักนิดที่เกิดขึ้นทุกวันนี้คิดกันเองทั้งนั้น ... ชิรู้มั้ยถ้าคนที่ผมชอบ...มีข่าวกับผมแบบนี้ผมจะดีใจที่สุดเลย >___< ******************************************************* “ไม่จริง...เรียวจัง ผมต้องใส่ชุดนี้จริงๆเหรอฮะ” “ใช่!! ... ฮิโรกิเป็นคนทำให้นายต้องใส่” “เรียวจัง...ไม่เอานะ ทำไมไม่ให้ฮิโรกิใส่เองล่ะฮะ ” “ไม่ ฮิโรกิไม่เหมาะกับตัวนี้ นายแหล่ะเหมาะที่สุด” “เรียวจะ” “ไม่ต้องเรียกและไม่ต้องมีแต่แล้ว วันนี้ลูกค้าเยอะ ไปเปลี่ยนเสื้อเดียวนี้” เสียงอึกทึกในห้องแต่งตัวนั่นมันไม่ใช่เรื่องใดเลย และไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีใครคนหนึ่งชอบทำเสียงอ้อนเสียงใสและใครอีกคนจะส่งเสียงดุตามนิสัย คล้ายการเถียงทะเลาะชวนตีกันแต่หากว่าคนที่คุ้นเคยเท่นั้นแหล่ะที่รู้ว่ามันไม่ใช่ “เรียวจัง คนใจร้าย...ฮิโรกิก็เหมือน ฮึ!”เด็กหนุ่มตัวเล็กได้แต่ฮึกอัดคนเดียวหลังจากที่ถูกพี่ชายทิ้งไว้ในห้องแต่งตัวคนเดียว มือเล็กกอบกุมเสื้อตัวนุ่นเล็กน้อยแล้วแต่ได้พองแก้มเคือง อย่างนี้แกล้งยูยะกันชัดๆ อุตส่าห์รีบมาเพื่อช่วยที่ร้านเบเกอร์รี่ในวันนี้ที่คนเยอะ แต่พอมาดันเจอแจ็คพ็อตโดยไม่ได้ตั้งใจกับกองเสื้อผ้าที่ฮิโรกิขนมาเพื่อให้เข้ากับคอนเซฟต์คริสต์มาสเบเกอร์รี่ ...แหม...ทีเรียวจังใส่ชุดซานต้าก็จริงหนวดกับพุงยังไม่ยอมเลย ชิ...หมั่นไส้ น่าตบปากตัวเองนักที่ไปรับคำว่าจะเป็นหน้าที่ให้ดีที่สุด “จะเสร็จได้ยังยูยะ...ฉันให้แต่งตัวนะไม่ได้ให้นายนอน” “รู้แล้ว..เรียวจังบ้า...” . .... ..... “ยินดีต้อนรับสู้ร้านแคนดี้เบเกอร์รี่ครับ...” เสียงประสานของเด็กชายสองคนที่ยืนรับความหนาวของหน้าร้านนั้นยังคงเรียกให้ลูกค้าสนใจและรับบริการมากขึ้น หลายคนก็มักเดินมาจับจ้องหรือขอถ่ายรูปกันบ่างตามธรรมเนียมซึ่งยูยะกับฮิโรกิไม่ได้คัดข้องแต่ประการใด ผิดกันด้วยซ้ำที่งานนี้เป็นยูยะคนเดียวที่โดนล่าไปเรียกลูกค้าแต่ฮิโรกิน่ะ เรียวจังพี่ชายคนดีกลัวไม่สบายแต่ฮิโรกิดันขอออกมาโดยมีอะไรขู่ให้คนพี่ได้เคืองเล็กน้อย ถ้านายมาจู้จี้...ไม่ยอมให้ฉันทำงานกับยูยะ...วันนี้ไม่ต้องมาฉลองอีฟกับฉันเลยคุณคนทำเค้ก นี่แหล่ะเรียวถึงยอมให้คนรักของตัวเองมายืนตากน้ำค้างเรียกแขกเป็นเพื่อนยูยะ ส่วนมากเด็กสาวและชายหนุ่มให้ความสนใจกับฮิโรกิมากนั่นแหล่ะที่เรียวถึงได้ไม่อยู่ในร้านให้ยูยะนึกอยากขำไม่วางตา ถ้าออกมาได้ป่านนี้ฮิโรกิคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ส่วนตัวยูยะส่วนมากจะเป็นเด็กน้อยมาขอถ่ายรูป บ้างก็ขอขี่คอ ก็ใช่น่ะสิ ฮิโรกิน่ะแต่งตัวเป็นแซนดี้แต่ยูยะเป็นกวางเรนเดียร์นี่ ท่ามกลางแสงไฟในยามใกล้ค่ำของวันนี้ยังคงสว่างไสวไปทั่วและจุดที่ยูยะสนใจมากกว่าสิ่งอื่นใดนั่นคือร้านหนังสือที่อยู่ตรงข้ามกับร้านเบเกอร์รี่ ร้านขนาดเล็กที่มีหนังสือมากพอแก่การศึกษาและสาระบันเทิงต่างๆมากมายวางรวมอยู่ภายใน ห้องแถวที่ดูเล็กแต่ยาวอยู่ภายในนั้นนั่นคือสิ่งที่ยูยะมองมันมานานแล้ว ไม่ใช่ว่าผมนึกครื้มชอบหนังสือในร้านนั้นไม่ชาว่าผมกำลังเก็บเงินเพื่อต้องการหนังสืออย่างใจจดจ่อแต่สิ่งที่ผมอยากมองมันมีมากกว่านั้นและพอเห็นก็เรียกให้หน้าผมแดงได้ทุกเมื่อ...และตอนนี้ก็เช่นกัน ภาพที่ยูยะเห็นนั่นคือชายผิวน้ำผึ้งคนหนึ่งในยูนิฟอร์มของร้านหนังสือดังกล่าวนั่นแหล่ะที่กำลังเก็บกวาดทำความสะอาดบริเวณหน้าร้านอยู่เช่นคนขยัน...ความจริงยูยะไม่ได้สนใจคนๆนี้หรอกเพราะยูยะไม่ใช่พวกที่มองใครง่ายๆ แต่เพราะความประมับใจมากกว่าจึงทำให้เวลาเห็นคนๆนี้ทีไรยูยะถึงได้หน้าแดงทุกที ตั้งแต่วันนั้น...วันที่เค้ามีน้ำใจในที่เค้ายื่นมิตรภาพมาให้ยูยะโดยที่ไม่ได้ตั้งตัว “ว้า!...ฝนตกอีกแล้ว...”เด็กหนุ่มตัวเล็กได้แต่บ่นอิดออดคนเดียวกับหน้าร้านเบเกอร์รี่ที่ดันมาปิดร้านโดยไม่บอกกล่าว ไม่มีการบอกกันล่วงหน้าเลยว่าจะปิดแถมกดออดจนบ้านจะแตกแล้วก็ไม่มีใครมาเปิดประตูให้สักนิด “เรียวจังคนใจร้าย...ไม่อยู่ก็ไม่บอก กุญแจบ้านจะหวงน้องทำไมก็ไม่รู้ หึ~คนนิสัยไม่ดี เจ็บใจนัก แล้วเมื่อไหร่จะหยุดตกสักทีเนี่ยะ หา!”เด็กหนุ่มยังคงบ่นอุบตามประสาคนกำลังเซ็งอารมณ์อยู่หน้าร้านที่ไร้การเปิดต้อนรับ ด้วยความที่ไม่ชอบสภาพอากาศที่เหนี่ยวพาให้เหนอะหนะตัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแถมยังต้องมายืนหลบฝันอีก นี่ตอนนี้ยูยะอยากอาบน้ำชะมัดเพิ่งกลับมาจากโรงเรียนแถมวันนี้ยูยะก็เล่นบอลมาด้วยงื่อ....เหนียวตัวที่สุดเลย “อ๊ะ!” เด็กหนุ่มตกใจกับอะไรบางอย่างเต็มแรงจนต้องหันมาจนคอแทบเคล็ด แถมร่างที่เซยังปะทะกับอะไรบางอีกต่างหากจนต้องเงยหน้ามอง มนุษย์ผู้ชายคนหนึ่งที่ตัวไม่เปียกปอนเหมือนเค้าแถมยังมองเค้าอีกต่างหาก ถ้าเทียบสภาพร่างเล็กก็ไม่ต่างอะไรจากลูกหมาตกน้ำนี่เอง นอกจากผู้ชายคนนั้นจะยืนมองเค้าแล้วยังมีน้ำใจขยับร่มมาให้กันอีก “มายืนอยู่ตรงนี้ไม่หนาวรึไง”เด็กหนุ่มที่เริ่มกัดปากสั่นได้แต่พยักหน้ารับหงึกหงัก มันจริงที่อากาศเริ่มหนาวแล้วเพราะฝนนี่แหล่ะที่เป็นเหตุ “แล้วทำไมไม่หาที่หลบฝนที่ดีกว่านี้”นั่นคือคำพูดที่ผู้ชายปริศนาคนนั้นพูดขึ้น แล้วเค้าในอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆก็อยากถามเหลือเกินว่ามายุ่งกับเค้าทำไม รู้จักก็ไม่รู้จักเดี๊ยะ! มาวอนใส่ทั้งที่ไม่ได้เรียกให้ช่วยเหลือ เดี๊ยะสวย... “เอ๊ะ! ...” นอกจากมากวนๆแล้วไอ้คนนี้ยังทำให้ยูยะตกใจเอาๆด้วยการที่ผู้ชายผิวน้ำผึ้งตัวโตกว่าคนนี้คว้ามือของเขาไปจับจ้องกึ่งลากอย่างง่ายดาย ถึงจะตกใจแต่ตอนนั้นยูยะก็ดันไม่ได้พูดอะไรออกไป “เอานี่ไปเปลี่ยนก่อนแล้วก่อน ดีสิ! เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำหมดแล้ว” พอพาเดินเข้ามาในร้านหนังสือส่วนถึงมุมส่วนตัวผู้ชายคนนี้ยังทำให้ร่างเล็กได้เบิกตากว้างอีกเมื่อเจ้าหนุ่มคนดียื่นเสื้อผ้าที่ตัวไม่ได้ตัวใหญ่นัก ทีแรกยูยะก็คิดว่าจะไม่รับหรอกแต่พอเห็นสายคาคู่นั้นกำลังเหมือนดุเค้าเหมือนเรียวจงทำใส่อยู่รอมร่อจึงได้ยอมรับมันมา “นึกว่าอะไรซะอีก ที่แท้โทโมะพาเด็กใหม่มานี่เอง” ลืมไปที่ภายในห้องส่วนตัวนั้นเป็นห้องของลูกชายของเจ้าของร้านหนังสือและดูท่าทางลูกชายของร้านนี้จะอารมณ์ดีเกินพิกัดขนาดเรียกให้คนหนาวสั่นอย่างยูยะเขินเอาง่ายๆ “เก็บปากไว้กินข้าวฝีมือแม่แกเถอะ โทมะ...เห็นมั้ยเด็กเขินหมดแล้ว...” ผู้ชายที่โดนเรียกว่าโทโมะขู่กึ่งบอกแก่เด็กชายที่ตัวสูงพอๆกับยูยะหากแต่คุณโทมะนั่นไม่ได้ฟังอะไรนอกจากหัวเราะเองเออเองสลับกับการมองหน้าพนักงานของร้านตัวเองไปพลาง “ตามสบายนะครับ...” เด็กหนุ่มที่ได้แต่ยืนตัวแข็งพยักหน้ารุนแรงจนเจ้าของห้องได้ขำใส่ยกใหญ่ ท่าทางผมคงเป๋อมากสินะฮะ ยูยะได้แต่คิดฮึกฮักอยู่ฝ่ายเดียวจนกระทั่งคุณโทมะเจ้าของห้องเดินออกไปนั่นแหล่ะถึงได้เหลือแต่ความเงียบ “แล้วเมื่อไหร่จะไปเปลี่ยนเสื้อ เดี๋ยวได้เป็นหวัดหรอก...” เจ้าตัวเล็กไม่รู้จะตอบยังไงในเมื่อมือเค้าก็มีเสื้ออยู่แล้วแต่หากว่าห้องนี้ไม่ได้มียูยะยืนอยู่คนเดียวนี่ ถึงคนตรงหน้าจะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่ใส่ว่าเค้าใส่เสื้อผ้าแล้วจำเป็นจะต้องมาคนมายืนมองด้วย “ผม...คือ ผม” เด็กหนุ่มตัวเล็กกำลังจะตอบอยู่รอมร่อแต่คงเป็นที่สถานการณ์มากกว่าที่ทำให้ใครบางคนรู้ตัวก่อนแล้วเรียบเดินออกไปจากห้องโดยที่ไม่ลืมจะพูดบางสิ่งให้เด็กหนุ่มได้หัวเราะทั้งที่หน้ายังคงระเรื่องอยู่ “โทษที ฉันลืม...” . ... ..... “ว้าว! พอดีตัวนายเลยนะเนี่ยะ ดูสิโทโมะ...”คงเป็นเพราะเสียงเพื่อนของโทโมะอะไรนี่พราวรี่ดีจัดถึงทำให้ยูยะได้ยิ่งหน้าแดงเข้าไปอีก ยูยะอยากรู้จังทำไมถึงได้เป็นถึงขนาดนี้ประการหนึ่งเค้าคงอายนั่นแหล่ะที่อยู่ดีๆต้องยืนอยู่คนแปลกหน้าและยิ่งคนแปลกที่ไม่รู้จักมาชมเค้าซึ่งๆหน้าใครมันจะไม่เขิน “ขอบคุณครับคุณโทมะ...”edit @ 24 Dec 2007 21:37:47 by ♦TICKKIE♦
