[PI x KONG Fiction]: I'll be with you chapter 1

posted on 15 Dec 2009 22:29 by aitessy

[PI x KONG Fiction]: I'll be with you

Cast : พีรวิชญ์ x ก้องบดินทร์

Rate : PG-13 , drama

Another : NishikidoxUchi (Peerawich's SIDE)

                Tegoshi (Kongbadin 's SIDE)

 

chapter 1

 

Peerawich's SIDE...

 

 

ผมกลับมาอยู่เมืองไทยได้พักใหญ่ๆด้วยความที่ที่นี่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนผมเลยคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าการใช้ชีวิตหลายปีในประเทศใหญ่โตอย่างอเมริกาเสียอีกและด้วยความที่ผมมีอาชีพเป็นนักแข่งรถถึงจะกลับมายังประเทศไทยผมก็ยังสานต่ออาชีพและสิ่งที่ผมรักอย่างการขับรถแข่ง

 

เพราะในกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆนั่นเป็นที่เดียวที่ผมรู้สึกว่า ผมเป็นตัวผมจริงๆ

 

จะว่าเพราะฟ้าลงโทษหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ จริงๆคงต้องบอกว่าเพราะความเลินเล่อรอบสองของผมนั่นแหละที่ไม่ระวังให้ดีจนเกิดอุบัติเหตุในสนามแข่งขันจนตัวเองต้องมาเดินเดี้ยงอยู่แบบนี้ นอกจากผมจะถูกคุณหมอสั่งห้ามไม่ให้ขับรถเป็นเดือนๆแถมยังต้องลากสังขารกะเผลกๆนี่มาโรงพยาบาลทุกอาทิตย์อีกด้วย

 

 

ต่อไปนี้ผมจะไม่ประมาทกับชีวิตอีกแล้วครับ...ผมสัญญา

 

เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กรุ่นใหม่แผดเสียงอยู่ในกระเป๋ากางเกงในระหว่างที่ผมเพิ่งโดนคุณหมอเทศนาเรื่องที่ผมไม่ยอมกินยาทายาที่หมอจัดไปให้  หน้าจอโชว์ชื่อ แอนนาผมครุ่นคิดว่าควรจะรับเจ้าของชื่อน่ารักคนนี้ดีหรือไม่แต่พอเห็นคุณหมอหน้าโหดเตรียมจะเทศนาผมต่อรอบสอง ผมเลยเลิกคิดเรื่องจะรับสายหรือไม่รับสายออกไปทันที ผมลุกขึ้นพยักหน้าเป็นเชิงขออนุญาตคุณหมอเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปข้างนอก....

 

 

ครับ.........ผมเอ่ยรับเสียงหวานที่ปลายสายเบาๆ คนเราอยู่ในโรงพยาบาลไม่ควรใช้เสียงนี่ครับ....

 

พีคะ...พีเป็นยังไงบ้างคะ เนี่ย...แล้วไปโรงพยาบาลยังไงคะเนี่ย พีน่าจะให้แอนนาพาคุณไปนะคะ.ผมไม่อยากรับโทรศัพท์จากสาวน้อยตาโตอย่างแอนนาก็เพราะแบบนี้แหละ จริงๆเธอเป็นคนน่ารักนะแต่เธอจะไม่น่ารักตรงที่เธอชอบพูดอะไรยาวๆไม่ให้ผมได้หายใจด้วยสำเนียงเด็กลูกครึ่งอย่างเธอนี่แหละ

 

ผมโอเคแล้วแอนนา...ขอบคุณนะที่คุณเป็นห่วงผม...อีกสักสองสามอาทิตย์ผมว่าผมน่าจะได้ลงแข่งรอบหน้านะผมคิดเอาเองทั้งนั้นแหละ...สองอาทิตย์ขาจะหายรึเปล่ายังไม่รู้เลย

 

จริงๆเหรอคะพี...แอนนาดีใจจังค่ะ...ตอนนี้คุณอยู่ไหนคะให้แอนนาไปรับมั้ย ?” สาวเจ้าพูดออกมาอย่างกระฉับกระเฉงเล่นเอาผมสะดุ้งเล็กๆแล้วรีบคิดวิธีตอบปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลที่สุด

 

 

ผมยังต้องรอคิวหาหมออยู่เลยครับแอนนา...ยังไงผมว่าเราเจอกันตอนแข่งเที่ยวหน้าดีกว่านะครับ...

 

นี่...พีไม่อยากเจอแอนนาเหรอคะ ทั้งๆที่แอนนาอยากเจอคุณมากแท้ๆก่อนที่แอนนาจะใช้ไม้เด็ดด้วยการทำเสียงสะอื้น ผมจะต้องรีบรวดรัดจบความให้ไวที่สุด.......

 

 

ผมไม่อยากให้คุณมารอผมเลยแอนนา...อ่ะ....ถึงคิวผมแล้ว ผมไปก่อนนะครับแล้วเจอกันรอบหน้านะครับแอนนาไม่ทันให้แอนนาได้ตอบกลับผมรีบกดมือถือวางทันที อย่างที่ผมบอกแอนนาเป็นคนน่ารักและเธอก็มีท่าทีว่าจะชอบพอผมอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวแต่เสียดาย....เสียดายที่เธอไม่ใช่คนที่ผมรอคอย.....

 

 

เสียงเหมือนแก้วตกรั้งสติผมให้หันกลับไปมอง ทันทีทันใดนั้นผมก็เห็นคุณป้าคนนึงที่กำลังก้มเก็บแก้วอยู่ทำท่าเซเหมือนจะล้ม ซึ่งถ้าล้มไปคงแย่แน่ๆผมเลยรีบถลาเข้าไปประคองทิ้งไม้ค้ำไว้ห่างตัวโดยลืมอาการเจ็บที่ขาตัวเองซะสนิทใจ

 

 

คุณป้าครับ ! คุณป้า ไหวมั้ยครับ !” ตัวผมที่ถลาเข้าไปรู้สึกเริ่มเจ็บขาขึ้นมานิดๆแต่นาทีนี้ผมเป็นห่วงคุณป้ามากกว่าท่านลืมตาขึ้นมามองผมจนผมต้องถามย้ำกับท่านไปประโยคเดิม....

 

 

ไหวมั้ยครับ...เดี๋ยวนั่งก่อนนะครับคุณป้ามีสีหน้าที่ค่อนข้างแย่ในระหว่างที่ผมประคองท่านนั่งลงกับที่นั่งใกล้ๆกับตู้กดน้ำ คุณป้าพิงศีรษะกับผนังของโรงพยาบาลเบาๆก็จะส่ายหัวไปมาเล็กน้อย

 

 

ไหวมั้ยครับ....ผมถามย้ำอีกครั้งให้แน่ใจ....

 

 

ไม่เป็นไรแล้วค่ะ...ขอบคุณมากนะคะผมรู้สึกโล่งอกมากเมื่อคุณป้าท่านหันหน้ามาตอบผมกลับนั่นหมายถึงว่าท่านไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่ผมกังวล

 

 

คุณป้าไม่เป็นอะไรจริงๆนะครับ...ถ้ายังไงให้ผมเรียกคุณพยาบาลให้มั้ยครับ?” อย่างว่าถึงคุณป้าท่านจะบอกว่าโอเคแต่สีหน้าท่านยังไม่ดีขึ้นมาเลย ทางที่ดีผมว่าควรพาคุณป้าไปหาหมอดีกว่า....

 

 

ขอบคุณนะคะ...แต่เชิญเถอะค่ะเดี๋ยวลูกป้าก็มา...คุณป้าตอบผมอย่างยิ้มแย้มด้วยรอยยิ้มนั่นทำให้ผมเบาใจขึ้นอีกเยอะว่าคุณป้าคงไม่เป็นอะไรแน่ๆ ผมเลยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะเดินขากะเผลกไปพร้อมไม้ค้ำออกจากจุดที่คุณป้านั่งอยู่นั่น

 

 

ว่าแต่เป็นลูกประสาอะไรถึงให้คุณแม่ที่ป่วยมานั่งอยู่คนเดียวแบบนี้...ใช้ไม่ได้จริงๆ........

 

 

ผมเหลือบมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนไว้ตรงผนังแถวๆเคาเตอร์รับยา เพราะว่ายาชุดก่อนหน้านี้ผมยังไม่ได้แตะต้องแม้แต่น้อยรอบนี้ผมก็เลยไม่ต้องเอายาไปสะสมเก็บเป็นคอเลคชั่นประดับห้องให้สวยขึ้นมา และผมก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้อีกว่าผมยังไม่ได้คุยกับคุณหมอหน้าโหดนั่นเรื่องที่ผมต้องการนักกายภาพบำบัดมาทำกายภาพให้ที่คอนโดของผม อย่างว่าไอ้ปัญญาจะพาตัวเองมาโรงพยาบาลทุกอาทิตย์ยังแทบจะไม่มีแล้วจะให้ผมพาตัวเองมาทำกายภาพที่นี่ทุกวัน....ผมไม่สามารถจริงๆ

 

 

ผมเลยคิดจะเดินไปยังห้องตรวจของคุณหมอนั่นแต่โชคร้ายชะมัดที่ไม่รู้คนบ้าที่ไหนวิ่งมาผลักผมเข้าเต็มแรงจนผมลงไปนอนกองบนพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

 

ทันทีที่เงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้านั่น เค้าทำหน้าเหมือนตกใจกับอะไรสักอย่าง มันควรจะเป็นผมไม่ใช่หรือไงที่ทำหน้าแบบนั้น ผมเลยค่อยๆยันตัวเองขึ้นมาพร้อมกับยื่นมือข้างซ้ายส่งไปให้เค้าที่มัวแต่ทำหน้าเลิกลั่ก

 

 

เอ้า ! จะไม่ดึงผมหน่อยเหรอ ? ” เค้าหันมองไปรอบๆเหมือนคนระแวงอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายเค้าก็ยอมดึงผมให้ลุกขึ้นยืนแถมยังใจดีด้วยการเดินไปหยิบไม้ค้ำของผมที่โดนเค้าผลักไปไว้ซะไกลอีกด้วย

 

แต่งตัวก็ดีไม่น่าทำมาหากินอย่างนี้เลยนะจู่ๆหมอนี่ก็เริมพูดจาอะไรที่ยากต่อความเข้าใจของผมซะเหลือเกิน ยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไรเค้าก็ผลักอีกครั้งเข้าที่บ่าของผม

 

เอากระเป๋าตังค์แม่ผมมาเดี๋ยวนี้เลย....

 

เฮ้ย...พูดอะไร ผมไปเอากระเป๋าตังค์แม่คุณไปตั้งแต่เมื่อไรผมงงจริงๆนะเนี่ยแล้วไอ้ที่ว่าแม่เค้าน่ะแม่ไหนล่ะ แล้วผมจะไปเอากระเป๋าตังค์แม่หมอนี่มาได้ยังไง แต่พอผมจะอธิบายคนตรงหน้านี่ก็พูดจาหาเรื่องขึ้นมาอีก

 

 

นี่ไม่ต้องมาเฉไฉเลยนะ แกล้งทำตัวเป็นคนดีให้คนแก่ตายใจแล้วก็ฉกกระเป๋าตังค์แม่ผมไปอ่ะเค้ายังพูดจ้อๆไม่ยอมหยุดแถมยังจ้องหน้าผมยังกับว่าเราไปมีหนี้แค้นกันสิบชาติยังไม่ได้สะสางกันยังไงยังนั้น

 

 

ฉกอะไร...เฮ้ย...นี่เป็นโรคประสาทหรือเปล่าเนี่ย...พูดอะไรไม่รู้เรื่องเนี่ย !” ผมก็โมโหเป็นเหมือนกันนะแต่ถ้าเค้าป่วยเป็นโรคประสาทผมก็ยินดีที่จะยอมอโหสิกรรมให้เค้าแล้วกัน ถ้าเค้าจะไม่สบายจริงๆก็แล้วกันไปแล้วกัน

 

 

ตกลงจะคืนหรือไม่คืนหรือจะต้องให้ผมเรียก รปภ.ท่าทางจะเป็นคนสติไม่ดีมากกว่าโรคประสาทแล้วแหละ เค้ายังคงยืนยันคำกล่าวเท็จลอยๆของตัวเองด้วยใบหน้าน่ารักนั่นและผมเองก็อดอยากแกล้งไม่ได้

 

 

เอาสิ...เรียกเลย..อ่ะ เดี๋ยวผมช่วยเรียกให้....... มาเล่นกับใครไม่เล่น...มาเล่นกับคุณพีรวิชญ์แล้วเราจะได้รู้กัน

 

 

ผมเริ่มตะโกนเรียกคุณรปภ.แถวๆนั้นอย่างไม่เกรงกลัว แน่จริงลองมาค้นตัวผมดูสิถ้ามีกระเป๋าตังค์ของแม่หมอนี่ผมยินดีจะใช้เงินมากกว่าสองเท่าในกระเป๋าเลยคอยดูสิ ผมตะโกนดังเสียจนต้องเป็นตัวเค้าเองที่จับแขนผมไว้เบาๆอย่างคนต้องการให้ผมหยุดบ้าสักทีก่อนจะมองไปรอบๆอย่างตื่นตะลึงในขณะที่คนแถวนั้นเริ่มมองมาที่เราสองคน

 

 

คุณ ! นี่คุณทำอะไรอ่ะ......

 

 

เอ้า..ก็เรียก รปภ.ไงเดี๋ยวจะได้รู้ว่าใครจะโดนจับ.......ในเมื่อไม่เชื่อผมเองก็เรียกมาพิสูจน์เลย เอาให้รู้เจ้าเด็กหน้ากลมนี่จะได้เลิกกล่าวหาผมมั่วๆได้แล้ว

 

 

รปภ. ตรงนี้มีรปภ.มั้ยครับ...เรียกรปภ..........

 

 

คุณหยุดได้แล้ว ! เค้าหยุดเสียงผมด้วยการยกมือขึ้นปิดปากผมเหมือนผมเป็นเด็กๆ พอผมมองลงไปที่มือเค้า ไม่รู้ทำไมเหมือนกันเค้าถึงต้องหลบสายตาผมกันด้วย เจ้าคนขี้โวยวายยอมปล่อยมือออกจากริมฝีผากของผม ผมจ้องหน้าเค้าเขม็งส่วนเค้าก็เหมือนเดิมคือหลบตาผม หมอนี่ตลกดีทำหน้าเหมือนคนไม่รู้จะทำหน้ายังไงแต่ผมก็ยังโมโหจนเกินกว่าที่จะหัวเราะออกมาได้ คอยดูเถอะ ผมจะลองให้เค้าค้นดูถ้าไม่มีนะ...จะหาว่าผมไม่เตือน

 

 

ก้อง ก้อง !” แล้วเสียงคุ้นๆหูผมก็ดังขึ้น ผมเหลือบไปมอง นั่นมันคุณป้าที่จะเป็นลมเมื่อกี้นี่น่าอย่าบอกนะว่า....

 

 

นี่ไง...แม่ผมมาแล้ว ! ที่เนี้ยคุณดิ้นไม่หลุดแน่...คนเรานะคนเรา...ยังจะดื้อใส่ความผมไม่หยุดหย่อนอีกเค้าไม่คิดบ้างเลยรึไงว่าโจรที่ไหนจะเรียกรปภ.มาจับตัวเอง ซึ่งถ้าดูจากจุดนี้ก็น่าจะเข้าใจแล้ว...เอาเถอะเค้าอยากพูดก็พูดไป ผมเลยพยักหน้ากวนๆใส่เค้าไปสองสามที

 

 

คนนี้ใช่มั้ยครับที่เอากระเป๋าตังค์แม่ไปอ่ะ....เค้าเดินไปดึงแขนคุณป้ามาเบาๆทำหน้าแบบว่า แกไม่รอดแน่ อย่างภาคภูมิใจ อย่างว่า...ใครจะโดนเชือดกันแน่ล่ะครับ.....คุณก้อง

 

 

เดี๋ยวลูก ก้อง...ก้อง แม่...เจอกระเป๋าตังค์แล้วลูก...คุณป้ายื่นกระเป๋าตังค์ให้หมอนี่ดูพร้อมกับคำยืนยันสถานะว่า ไปลืมไว้ในห้องน้ำ

 

 

คุณก้องอะไรนั่นทำหน้าซีดขึ้นมาเล็กน้อย ผมล่ะอยากจะหัวเราะให้โรงพยาบาลแตกแต่เห็นแก่หน้าผู้หลักผู้ใหญ่ผมเลยไม่ทำให้ลูกชายคุณป้าต้องอับอายไปมากกว่านี้ ผมได้แต่ทำหน้ากวนประสาทส่งไปให้เค้าแต่แทนที่เค้าจะทำหน้าไม่พอใจผม เค้ากลับขอโทษผมออกมาอย่างคนมีมารยาทและเป็นคำขอโทษที่ผมรับรู้ได้ว่ามันมาจากใจจริงๆ

 

ไง..เห็นมั้ย ...ผมบอกแล้วว่าไม่ได้เอาไป ไม่ได้เอาไป เราก็ไม่เชื่อ...

 

 

ป้าต้องขอโทษแทนลูกชายป้าด้วยนะคะพอเห็นคุณป้ามารยาทดีแสนน่ารักพูดคำว่าขอโทษ ผมก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มรับคำขอโทษนั่น

 

ไม่เป็นไรครับ...ผมยิ้มให้คุณป้าก่อนจะมองไปยังใบหน้าของลูกชายคุณป้าคนที่ผมเคยคิดว่าสติไม่ดีที่ยืนทำหน้าสำนึกผิดอยู่เงียบๆ

 

 

ชื่อก้องเหรอ ?”

 

 

ครับ... ผมค้ำไม้เดินเข้าใกล้เค้าอีกนิดหลังจากที่เค้าตอบรับคำถามผมเมื่อสักครู่

 

                                                                                       

คราวหน้าก็หัดดูให้ดีๆก่อนนะครับ...คุณก้อง.... ด้วยเพราะความหมั่นไส้หรืออยากให้เค้าเลิกทำหน้าเหมือนคนทำผิดจนไม่น่าให้อภัยให้เปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มละมั้ง ผมเลยใช้มือนึงตีลงเบาๆบนไหล่ด้านหนึ่งของเค้า ก้องมองหน้าผมแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ส่วนผมยิ้มให้คุณป้าก่อนจะเดินกะเผลกๆออกก่อนที่ผมอาจจะโดนหมอนั่นกล่าวหาอะไรๆประหลาดๆอีก

 

 

คนเราต้องปลอดภัยไว้ก่อนครับ.........

 

 

ผมหยุดอยูไกลพอตัวที่จะมองเห็นก้องพาคุณแม่เค้าเดินออกไปลับๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผมถึงรู้สึกอยากหัวเราะออกมาดังๆเหลือเกิน ใบหน้านั่นพอนึกถึงทีไรก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ทุกที....

 

 

ก้องงั้นเหรอ...ถ้าโลกมันกลมจริงอย่างที่เค้าว่ากันเราคงได้เจอกันอีกล่ะมั้ง...

อาจจะล่ะมั้งนะ..............

 

 

 

.

.

.

.

.

.

 

Kongbadin 's SIDE...

 

ชีวิตของผมดำเนินมาเรื่อยๆหลังจากวันที่พี่กิ่งเสียชีวิต นี่ก็ย่างเข้าปีที่ 5 แล้ว...ครอบครัวของผมนั้นดำเนินไปในแบบธรรมดาไม่ต่างจากเดิม ยกเว้นแต่เมื่อถึงวันแม่ ห้าปีแล้วที่แม่ไม่ได้รับมาลัยดอกไม้ที่พี่กิ่งเป็นผู้ร้อยเอง วันเกิดครบรอบสามสิบสองปีของพี่กิ่งที่มีเพียงน้ำตาของแม่ อีกทั้งรอยยิ้มเศร้าของพี่แก้วหลังจากเลิกรากับพี่ปอไปห้าปี และผมที่กลายเป็นบุรุษพยาบาลแบบเดียวกับที่พี่กิ่งจบมา

            นี่เป็นความดีใจของผมอย่างหนึ่งที่ผมสามารถสานต่อความฝันของพี่สาวของผมได้ ถึงแม้มันจะไม่ได้ชีวิตของเธอคืนมา วันที่ผมใส่ชุดสมัครงานเป็นอีกครั้งที่แม่และพี่แก้วยิ้มได้ และผมรู้สึกว่าตัวผมนั้นไม่อ่อนแอ

 

            แต่แล้ว...

 

            อยู่ๆวันหนึ่งแม่ของผมก็ล้มป่วยด้วยอาการไวรัสตับอักเสบซีซึ่งต้องได้รับการรักษาด้วยตัวยาต่างประเทศและใช้ทุนทรัพย์รักษาสูงมาก ผมกับพี่แก้วจึงตัดสินใจพาคนที่บ้านย้ายกลับมากรุงเทพดั่งเดิม พร้อมกับการย้ายเข้ามาทำงานในโรงพยาบาลเอกชนที่แม่ทำการรักษา ตัวยาที่แม่รับนั้นต้องรับทุกอาทิตย์และติดต่อกันเป็นระยะเวลาหกเดือน โรคนี้จึงจะหายขาด และผลข้างเคียงที่สำคัญคือ อาการแปรปรวนซึ่งจะเกิดขึ้นตามฤทธิ์ของยา

 

            ผมกับพี่แก้วเดินมาหยุดลงที่เคาน์เตอร์รับยา เราทั้งสองคนรวบรวมเงินเดือนก้อนหนึ่งจ่ายค่ารักษางวดแรกไป แค่ยางวดแรกลำพังเงินเดือนของผมก็เกือบจะไม่พอแล้ว แถมยังต้องทำแบบนี้ไปถึงครึ่งปี ตัวของผมนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร เหลือแต่เพียงพี่สาวที่ต้องเปลี่ยนงานและยังไม่ได้งานใหม่

 

            ก้อง...

 

            ครับ พี่แก้ว ผมตอบรับคำของพี่สาวระหว่างที่พี่สาวกำลังยื่นซองเงินให้กับพนักงานที่เคาน์เตอร์ แววตาของพี่แก้วนั้นเศร้าสร้อยไม่ต่างจากวันวาน เธอส่งยิ้มให้ผมเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

 

            ก้องไปอยู่เป็นเพื่อนแม่เถอะ แม่ไม่สบายอยู่นะก้อง ด้วยความที่ผมเองก็เป็นห่วงคุณแม่เหมือนกัน ผมพยักหน้าและเดินออกเพื่อจะเดินไปตามหาแม่หลังจากที่ท่านบอกว่าต้องการจะไปเข้าห้องน้ำตามลำพัง

 

            แต่...

 

            ผมกลับเห็นแม่นั่งอยู่โดยมีผู้ชายคนหนึ่งทางด้านหลัง ผมนั้นไม่ได้ยินแม่ผมกำลังคุยอะไรกับคนแปลกหน้า และผมเองก็ไม่ไวใจใครทั้งนั้น เดี่ยวนี้พวกผู้ร้ายมันมักจะแฝงตัวในรูปแบบนี้บ่อยๆผมจึงรีบก้าวเท้าเร็วๆเพื่อไปหาแม่

 

            อ๊ะ...

 

            ขอโทษ ขอโทษจริงๆครับ

 

            ไม่เป็นไรครับ ผมตอบกับผู้ช่วยพยาบาลคนหนึ่งที่กำลังเข็นผู้ป่วยไปทางห้องตรวจ ความจริงมันก็เป็นความผิดของผมเหมือนกันที่เดินไม่ดูทาง

 

            คุณ...เมื่อกี้โดนช่วงไหนครับ ขอโทษจริงๆนะครับ

 

            โอเคครับ โอเคครับ... หลังจากนั้นแล้วบุรุษพยาบาลหนุ่มก็เอ่ยขอโทษผมอีกครั้งก่อนจะเลี่ยงตัวพาผู้ป่วยเดินไป ผมเองก็รีบเดินเข้าไปหาแม่ด้วยความเป็นห่วงจากผู้ชายแปลกหน้าเมื่อสักครู่ที่เพิ่งเดินจากไป

 

            แม่ครับ เมื่อกี้แม่คุยกับใครครับ

 

            แม่ไม่รู้จักเค้าหรอกลูกเอ๊ย พอดีแม่จะกินน้ำแล้วหน้ามันมืด คุณเค้าก็เลยเข้ามาช่วยแม่ไว้ เมื่อผมได้ยินน้ำเสียงนุ่มๆของแม่แล้ว ผมก็คลายกังวลไปได้เล็กน้อย มองไปทางด้านชายหนุ่มปริศนาด้วยความชื่นชม นับว่าเป็นคนดีคนหนึ่งจริงๆ

 

            อ้าว!~~~ตายแล้ว

 

            ทำไมครับ

 

            ก็กระเป๋าสตางค์แม่หายไปไหนเนี่ยะผมอึ้งไปเล็กน้อยแล้วช่วยแม่ก้มหากระเป๋าใบโปรดของท่าน ไม่มีนี่ครับแม่ ผมกะแล้วเชียว ถึงแม้คนมันจะทำตัวดีสักแค่ไหน แต่สมัยนี่คนเองก็ไม่ได้ต่างจากเหรียญที่มีสองด้าน แล้วยิ่งสำหรับแม่แล้ว ตามมาทันหรอกเล่ห์เหลี่ยมคนพวกนี้

 

            ก้องว่าแม่ไม่ได้ทำหายหรอก ผู้ชายคนเมื่อกี้มากกว่า ยังไม่ทันจะพูดจบดี ผมก็รีบก้าวเท้าวิ่งออกไปทันที ทั้งที่มันเป็นเขตโรงพยาบาลและเป็นเรื่องที่เสียมารยาทแต่ผมเองก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธได้ยิ่งโดยเฉพาะคนที่โดนคือแม่ของผมเอง

 

จนกระทั่งผมเจอไอ้ตัวการที่มันยังมาเดินเกผกๆอยู่ไม่ไกลกันนัก

 

คุณ... ผมรีบวิ่งหมายจะรวบไอ้การนั่นแต่ไม่รู้เพราะความเร็วของหรือเพราะความอ่อนแอ หมอนั่นจึงล้มไปกองกับพื้นง่ายๆ หมอนั่นไม่มีท่าทีวิ่งหนีและยังมองใบหน้าผมกลับด้วยใบหน้ากวนๆแต่ทำไมผมถึงหยุดนิ่งเพราะสายตาของเค้า...ยังไม่ทันได้สติดีเค้าก็ยื่นมือมาทางผมเสียแล้ว ผมมองมือเค้าสลับกับใบหน้าของเค้ายังกับไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลังด้วยซ้ำ

 

อ้าว !”

 

จะไม่ดึงผมหน่อยเหรอ ผมเริ่มหันไปมองคนรอบข้างที่มองผมและเขาที่ลงไปนั่งจ้ำเบ้ากับพื้นแล้วเอื้อมมือทั้งสองข้างประคองเค้าขึ้นมา แถมยังดีใจเก็บมือเท้าให้อีกต่างหากคนอะไรก็ไม่รู้ทำความผิดแล้วยังเนียนอีก

 

แต่งตัวก็ดี ไม่น่าทำมาหากินแบบนี้เลยนะ แต่สุดท้ายแล้วผมก็ฟิวส์ขาดจนได้ ผมผลักไหล่ของหัวขโมยหน้าซื่อไปครั้งหนึ่งก่อนจะเพิ่มเสียงคล้ายการข่มขู่ในโรงพยาบาล

 

เอากระเป๋าสตางค์แม่ผมมาเดี๋ยวนี้เลยเค้ามองหน้าผมเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำพูดสามัญที่ขโมยที่ไหนก็ใช้กัน

 

ฮึ๊ย...พูดอะไร ผมไปเอากระเป๋าสตางค์แม่ของคุณไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

นี่ไม่ต้องมาเฉไฉเลยนะ แกล้งทำตัวเป็นคนดีให้คนแก่เค้าตายใจ แล้วก็ฉกกระเป๋าสตางค์แม่ผมไปอ่ะผมระเบิดด้วยความเหลืออดกับไอ้ขโมยตาใสนี่ ไม่น่าเลยหน้าตาก็ดูดี นิสัยนี่สิเลวที่สุด

 

ฉกอะไร

 

เห้ย นี่เป็นโรคประสาทหรือเปล่าเนี่ยะ ห๊า! พูดอะไรไม่รู้เรื่องเนี่ยะ นอกจากจะโยกโย้แล้วยังกวนประสาทว่าผมอีกต่างหาก ผมโกรธจริงๆ...นอกจากเพื่อนในกลุ่มยังไม่เคยมีใครว่าผมแรงๆแบบนี้ด้วยซ้ำ

 

            ตกลงจะคืนหรือไม่คืน หรือจะต้องให้ผมเรียก รปภ.นอกจากหมอนี่จะไม่กลัวขู่ของผมแล้ว ยังทำตากรุ่มกริ่มพร้อมทั้งรอยยิ้มแปลกๆที่ผมหมันไส้เหลือเกิน แถมยังท้าชนผมอีกต่างหาก

 

            เอาสิ เรียกเลย อาๆ เดี๋ยวผมช่วยเรียกให้

 

            รปภ. รปภ.ครับ

 

            คุณ!” ผมเองก็อายใช่น้อยเสียเมื่อไหร่ที่อยู่ดีๆหมอนี่ก็แหกปากเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัย แถมสายตาคนอื่นที่มองมาอีก สรุปว่าหมอนี่หรือผมที่บ้ากันแน่

 

            นี่คุณทำอะไรน่ะ

 

            ก็เรียก รปภ.ไง เดี๋ยวจะได้รู้ว่าใครจะโดนจับ

 

            รปภ. คนนี้มีรปภ.มั้ยครับ เรียกรปภ. ... ผมอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีและรู้จะทำอย่างไรจึงต้องเอื้อมมือไปปิดปากผู้ชายตรงหน้า ทีแรกผมแค่จะปิดปากเท่านั้นจริงๆแต่พอมองสายตาที่เค้ามองมายังมือของผมและหน้าผม ผมจึงต้องปล่อยไปโดยปริยาย เค้ายังทำท่าทีกวนๆใส่แต่เป็นผมเองที่ไม่มีคำพูดใดไปต่อกรกับเค้าอีก

 

 ถ้าเป็นขโมยคงไม่กล้าแหกปากเรียกให้ใครมาดูความผิดของตัวเองหรอกมั้ง แต่ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรออกไป ผมก็ได้ยินเสียงบุคคลที่จะเป็นพยานปากเอกให้ผมได้

 

ก้องๆ

 

นี่ไง แม่ผมมาล่ะ ที่เนี้ยะคุณดิ้นไม่หลุดแน่ ผมรีบหันไปคว้าแขนของท่านแล้วชี้นิ้วอีกข้างไปยังไอ้ตัวต้นเหตุเรื่องวุ่นวายแบบนี้ แต่ลิงโลดอย่างผมดีใจไม่ทันไรก็ถูกแม่สะกิดหลังและเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

แม่...แม่เจอกระเป๋าสตางค์แล้วลูก แม่ไปลืมไว้ในห้องน้ำน่ะลูก ผมอึ้งไปเล็กน้อย จริงๆด้วยกระเป๋าของแม่ผมหน้าแตกยับเลยครับ แถมเสียงหัวเราะกวนประสาทยังดังให้ผมได้ยินอีก ถึงจะกวนๆแต่ก็เป็นคนดีในระดับหนึ่ง ผมได้แต่ผมเจื่อนๆให้เค้า

 

ขอโทษครับ

 

ไง เห็นมั้ย ผมบอกแล้วไม่ได้เอาไป ไม่ได้เอาไป แล้วก็ไม่เชื่อ โห...

 

ป้าต้องขอโทษแทนลูกชายป้าด้วยนะคะ

 

ไม่เป็นไรครับ ชื่อก้องเหรอหลังจากพูดขอโทษขอโพยกันเค้าก็หันมาปั้นหน้ากวนๆใส่ผม เอ่ยชื่อผมชัดถ้อยชัดคำ

 

ครับ

 

คราวหน้าก็หัดดูให้ดีๆก่อนนะครับ คุณก้อง เค้าตบไหล่ข้างหนึ่งของผมเบาๆก่อนที่เดินเผลกขาจากไป ถ้าผมขืนพูดอะไรออกไปต่อ อาจจะเป็นผมเองที่หน้าเสียสองเท่าเพราะจะโดนแม่บ่นต่อหน้าคนแปลกหน้า ที่กวนประสาทสุดๆ

 

ก้อง...ก้องมีอะไรกันน่ะ

 

เปล่าครับพี่แก้ว ผมตอบรับพี่สาวที่เดินไล่หลังมาแล้วหันไปมองแผ่นหลังกว้างที่เดินไกลไปทุกที นานแล้วที่ผมเองไม่ได้ต่อกรเรื่องแบบนี้ เอ่ยวาจาเสียงดังเกือบเหมือนคนก้าวร้าว ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสเจอกันอีกหรือเปล่า...

 

แต่ว่าคนแบบนี้เจอครั้งเดียว

ก็เกินพอแล้วล่ะ...ไอ้คนกวนประสาทพันธุ์นี้น่ะ

 

ถ้าไม่มีอะไรแล้วเรากลับบ้านกันเถอะค่ะแม่

 

นั่นสิครับ กลับกันเถอะครับ

 

ผมยิ้มให้กับแม่อีกครั้งแล้วประคองท่านกับพี่แก้วเพื่อเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านตามปกติ เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้สำหรับผมแล้วมันช่างน่าปวดหัวดีเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 15 Dec 2009 22:46:30 by ♦TICKKIE♦

[PI x KONG Fiction]: I'll be with you

posted on 15 Dec 2009 22:20 by aitessy

[PI x KONG Fiction]: I'll be with you

Cast : พีรวิชญ์ x ก้องบดินทร์

Rate : PG-13 , drama

Another : NishikidoxUchi  (Peerawich's SIDE)

                 Tegoshi (Kongbadin 's SIDE)

 

 

Intro

 

Peerawich's SIDE

 

ผมเกิดมาบนกองเงินกองทอง ผมได้ทุกอย่างที่ต้องการ

แต่ทุกอย่างที่ผมได้รับล้วนเป็นสิ่งหลอกลวง

 

ผมเกิดที่เมืองไทยแต่ถูกขับไสไล่ส่งโดยพี่ชายร่วมสายเลือดของตัวเอง

ให้ไปใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งไกลถึงอเมริกา ที่คนละฟากฟ้านั่น.....

 

 

มีผมเพียงลำพัง.....

 

 

ชีวิตของผมที่ปกติสุขดีและคิดว่ามันคงเป็นแบบเดิมไปเรื่อยๆจนวันสุดท้ายของชีวิตกลับเปลี่ยนไป

เมื่อความประมาทของตัวเองถึงกับขับรถชนคนเกือบตาย

พี่ชายแท้ๆเลยออกคำสั่งให้ผมกลับเมืองไทยโดยไม่มีข้อโต้แย้งอะไรทั้งนั้น

แน่นอน...ว่าเพราะเงินจำนวนมากที่พี่ชายส่งให้ผู้รับกรรมจากความสะเพร่าของผมนั้น

ทำให้ผมสามารถกลับ 'บ้าน' โดยไม่ต้องถูกลงโทษอะไรทั้งนั้น....

 

 

พี่ชายของผมเลี้ยงผมด้วยเงิน.....ให้ทุกอย่างกับผมเพียงเพื่อให้ผมเลิกทำให้ศักดิ์ศรีตระกูลมัวหมอง

 

 

ผมเติบโตมากับกองเงิน....แต่ไม่ได้โตขึ้นมาพร้อม 'ความรัก'

ผมเสียพ่อกับแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก...พี่ชายคนเดียวที่หวังพึ่งก็ไม่เคยแม้จะสนใจมองผมสักครั้ง...

 

 

ใช่ครับ...ผมขาดความรัก....

 

 

ผมอยากปกป้อง...

อยากดูแลใครสักคน...

อยากอยู่เคียงข้าง...

อยากรู้ว่า 'รัก' มันเป็นยังไง

 

 

ความรักที่เงินซื้อไม่ได้.....

 

 

 

ผมอยากรักใครสักคนและอยากถูกใครสักคนรักเหลือเกิน.....

 

.

.

.

.

.

.

.

 

 

Kongbadin 's SIDE


 

ผมเป็นเด็กที่เกิดมาท่ามกลางความอบอุ่น

ทั้งที่ขาดพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านตั้งแต่ยังเล็ก...

 

ผมได้รับกำลังใจจากแม่ พี่กิ่งและพี่แก้วทุกครั้ง 

ที่ผมได้รับรางวัลเรียนดีของระดับชั้นปี...

 

ผมเป็นวัยรุ่นที่เติบโตพร้อมกับคำสั่งสอนของคนรอบข้าง

อบรม ชี้นำ เพื่อให้ผมเป็นเด็กดี...

 

และได้รับรู้ความรักอันมั่นคงของพี่ปอกับพี่แก้ว

ที่ฟันฝ่ากันมานานจนใกล้จะแต่งงานกัน

 

รอยยิ้มของผมนั้นเกิดขึ้นเพราะความสุขและความรักเหล่านี้

ยังคงอยู่รอบข้างผมเสมอ

 

แต่...ทุกอย่างกับพังลงเพียงข้ามคืน

 

เสียงโทรศัพท์ที่ผู้เป็นแม่รับสายแล้วร้องไห้เจียนขาดใจ

พี่สาวสุดที่รักจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

 

วันที่เสียน้ำตาและชีวิตของพี่สาว

พร้อมๆกับความรักของพี่ปอกับพี่แก้วที่ผมเชื่อมั่นมาตลอด...กลับพังลงไม่มีชื้นดี

 

พวกเราย้ายบ้านจากกรุงเทพมาอยู่ที่ระยอง

เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ความสุขบางอย่างขาดหาย

 

ความเศร้าของแม่

ไม่มีรอยยิ้มอบอุ่นของพี่กิ่ง

ความเสียใจของพี่แก้ว

และผมที่กลัวทุกอย่าง

 

 

ผมกลัว...กลัวอนาคตที่มันยังไม่เกิดขึ้น

กลัวสิ่งใดจะมาพรากคนในครอบครัวของผมไปอีก

การสูญเสียคนที่รักไป...มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน

 

ผมกลัวเหลือเกิน

กลัวความรู้สึกที่เรียกว่า...รัก

 

 

To be chapter1...

 

 

 

edit @ 15 Dec 2009 22:34:47 by ♦TICKKIE♦

edit @ 15 Dec 2009 22:38:07 by ♦TICKKIE♦

edit @ 15 Dec 2009 22:45:25 by ♦TICKKIE♦

[Tag] Character - -> Tegoshi Yuya

posted on 29 May 2009 20:29 by aitessy

หลังจากปล่อยให้บล๊อกเป็นบ้านเน่ามาหลายเดือน ในที่สุดก็ได้กลับมาพร้อมกับแท็กที่ได้มาจากน้องน้อย (yamap_noy)

 

[Tag] Character- -> Tegoshi Yuya

 

 

 

 

 

1. เรียก Character นี้มีชื่อว่าอย่างไรบ้าง?

-  เทโกชิ , ยูยะ , ยูจัง , เทชชี่(เวลาแรด) ,น่ารัก , น้อง ,ดำ (หมันไส้) มีเยอะมากมาย แต่ส่วนมากจะเรียกว่า น้อง >///<

 

2. สีอิมเมจประจำ Character นี้คือสีอะไร?

- สีชมพู กับ สีขาว ดูเหมาะค่ะ น่ารัก สมกับตัวเล็กๆของน้อง มันจะเป็นอะไรที่เข้ากันกับสีแดงของท่านลีดเดอร์ไง (คิดอะไรอยู่ -*-)

 

3. เพลงอิมเมจของ Character นี้คืออะไร?

 

 - ปกติแล้วน้องจะไม่ค่อยมีโซโล่ของตัวเองเท่าไหร่ แต่ที่ประทับใจเลยคือ เพลง Star ค่ะ น้องร้องได้เพราะมากเลย ใช้ทำนองเพลง Pain เป็นเพลงที่เพราะและลงตัวมั๊กมาก (ลำเอียงกันสุดๆ)

 

4. คิดว่า Character นี้ กรุ๊ปเลือดอะไร?

- กรุ๊ป B ค่ะ น้องคงไม่เหมาะกับกรุ๊ปไหนอีกแล้ว ทั้งขี้แกล้ง งอนเก่ง บางทีก็เป็นผู้ใหญ่เกินตัว เดี๋ยวก็ไอเปอร์ สรุป น้องน่ารักเหมาะกับกรุ๊ป B

 

5. มี Character ไหนที่คิดว่า "คู่กับคนนี้ล่ะก็ OK!!" หรือเปล่า?

-  แน่นอนอยุ่แล้วว่ามีอยุ่เพียงคนเดียวที่ดูเหมาะสมกับน้องมากที่สุด นั่นคือ ยามาชิตะ โทโมฮิสะ ผู้ที่หล่อเหลาและหล๊อหล่อ (เอ่อะ) น้องสมควรอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้ (กรี๊ด !!!!) ~~~ เพ้อไปแล้ว

 

6. มีคำพูดอะไรที่อยากให้ Character นี้พูดบ้าง?

 - อืม...ถ้าเป็นอย่างนั้นก็

       ให้น้องน่ะ ยืนยิ้มน่ารักก่อนแล้วค่อยๆกัดปากน้อยแล้วถามว่า "รักผมมั้ยฮะ"

        อ๊าง ~~~ ละลายไปตามๆกัน

 

7. จับมือ กอด จูบ ถ้าให้ได้หนึ่งในสามจะเลือกทำอะไร?

 

 - แน่นอนว่าคือ การกอด

          เพราะเวลาที่น้องอยู่ในอ้อมกอดแล้วมันดูเหมาะมากกว่าการที่เป็นฝ่ายกอด (เอิ๊กๆๆๆ) ยิ่งเฉพาะอ้อมกอดของยามาชิตะคุง (วกมาที่เดิมอยู่ดี)

 

8. ส่งแท็กนี้ให้ใครอีก 5 คน พร้อมระบุชื่อตัวละครด้วย?

 

- ให้ใครดี งั้นเริ่มจาก

น้องน้อย  ------> โคยามะ เคอิจิโร่

นู๋ฝันโกะ -------> ยาบุ โคตะ (รูปหล่อ)

พี่ปุ้ย  ---------> งั้น สุดหล่อ อิคุตะ โทมะ   (แรคคูนน่ารัก)

แล้วก็ใครที่ชอบก็เอาไปทำกันนะคะ ><   

 

 

 

 

ไปแล้วคร้า

 

 

 

 

edit @ 29 May 2009 21:13:18 by ♦TICKKIE♦

edit @ 30 May 2009 07:00:29 by ♦TICKKIE♦