ครั้งหนึ่งของชีวิตเรียนในรั้วกระโปรงบาน
posted on 20 Feb 2008 21:15 by aitessy in LILEวันนี้มาอะไรแปลกนะคะวันนี้มันอาจจะไร้สาระนะคะ แต่มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนๆหนึ่งที่เกิดมาแล้วต้องเจอกับเรื่องหลายๆรูปแบบไปด้วยกัน ทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายไปด้วยกันอันนี้เป็นเพียงแค่หนึ่งหน้ากระดาษสำหรับชีวิตคนเพียงคนหนึ่งเท่านั้น แต่ก็ขอถ่ายทอดมันผ่านข้อความไปแล้วกันนะคะ
เรื่องที่หนึ่ง : ประสบการณ์ระหว่างเพื่อนในรั้วเดียวกันที่ผมสั้นและไม่พ้นวัยใช้บัตร
เรื่องนี้คือมิตรภาพของความเป็นเพื่อนกันในช่วงสามปีที่อยุ่ในรั้วของนักเรียนม.ต้นค่ะแล้วห้องของเราได้รับการยอมรับจากครูว่าเป็นห้องที่รองคิงก็จริง แต่ว่าความประพฤตินั้นต่ำกว่าห้องบ๊วยเสียอีกเพราะว่าเป็นห้องม.3/2 ที่คุณครูประจำวิชาหนักใจมากที่สุดและเป็นห้องที่ทำชื่อของม.ให้เสื่อมเป็นอันดับต้นๆของโรงเรียนรองมาจากอุตสาหกรรมรุ่นสุดท้ายก็ว่าได้ เพราะห้องของเรามีนักเรียนมีนักเรียนประมาณ 40 กว่าคน แยกเป็นเด็กเรียนประมาณ 5 คนว่าได้นอกจากนั้นก็กลุ่มกลางๆ (รวมเราด้วยประมาณ 10 กว่าคน) นอกจากนั้นอีก 20 กว่าคนก็แบ่งกัน ผู้ชายประมาณ 80 % เป็นเด็กที่อยู่ในกลุ่มของผู้มีอิทธิพลตั้งแกงค์กันตามความดังและอิทธิพลของบุคคลหนุนหลังกัน ส่วนผู้หญิงบางก็มีเรื่อง หาเรื่องกันเองไปหาเรื่องเพื่อนคนอื่นบ้างก็มี แต่เพื่อนในห้องกับรักกันเองค่ะพวกเราทุกคนเลือกที่จะปกป้งกัน จนการพกระเบิด หรือปืนปากกามานั่งเรียนภายในห้องโดยเก็บไว้ในกระเป๋าถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว(แต่เราก็อบกลัวนะ 555) แต่ที่ร้ายแรงที่สุดก้คือการที่เพื่อนผู้ชายในห้องได้ไปมีเรื่องจนเกือบขึ้นโรงขึ้นศาลเตี้ยค่ะแล้วครูก็ลั่นวาจาว่าถ้าไม่เลิกทำแบบนี้กันอีก จะขอลาออกจากการเป็นครูที่ปรึกษา(พอครุคนนี้เป็นครูที่เข้าใจห้องของติ๊กทั้งหมดค่ะว่าทำไปเพราะความคะนองเท่านั้น) พวกเราจึงค่อยๆปรับตัวกันและพยายามทำดีกันให้ครูๆคนอื่นเห็นถึงแม้มันจะน้อย ถึงแม้จะดีขึ้นแต่ความกวนๆตามประสาวัยรุ่นก็ไม่ได้หมดไปหรอกค่ะ ฮิฮิ บางคนก็ขึ้นห้องปกครองเพราะเล่นบระทัดกันในห้องน้ำ ไม่ก็ต่อยกัน แล้วก้ที่โดนหนักที่สุดคือ เล่นไพ่กันในห้องเรียนค่ะ ฮิฮิ รุ่นพวกเราแสบมั้ย ถึงอายุจะยังไม่ดทำบัตรกันเลย 555
เรื่องที่สอง เหตุการณ์ในช่วงรั้วกระดปรงบาน-ขาสั้น
เรื่องที่หนึ่ง: ต้องใช้ความเสแสร้งเพื่อกาเอาตัวรอด(ในแบบที่ต่างกัน)
ถึงแม้ว่าเพื่อนห้องเดิมจะแตกแยกย้ายไปเรียนต่างโรงเรียนแล้วแต่เราก็ยังอยู่ที่เดิมและเข้าเรียนในสาย วิทย์-คณิตค่ะ ซึ่งไม่เหมือนกับม.ต้นเลยเพราะทีนี่ไม่ได้เห้วเหมือนเก่าแต่เป้นห้องที่แข่งกันเรียนค่ะ ไม่ได้รักกันเหมือนตอนม.ต้นแต่ก็มีความรู้สึกดีๆต่อกันเพราะทุกคนเริ่มเป็นผู้ใหญ่ขึ้น คนที่อยู่ห้องเดียวกับเราตั้งแต่ม.ต้นมาเรียนห้องเดียวกัน 6 คนค่ะ จากห้องที่มีอยู่ 40 กว่าตอน.ต้น พอขึ้นม.ปลายเหลืออยู่แค่ 23 คน ฮิฮิ น้อยมั้ยเอ่ย แล้วเหตุการณ์นี้มันเป็นประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับเราเองเลยค่ะ เพราะเรื่องนี้เกิดจากการที่เรามีเพื่อนสองกลุ่มคือหนึ่ง เพื่อนในห้องเรียน สองเพื่อนสนิทที่รักกันตั้งแต่ม.ต้นอีกหนึ่งกลุ่ม แต่เรื่องมันเกิดขึ้นในช่วงที่เราอยู่ม.5 ค่ะ ช่วงนั้นเป็นช่วงการแข่งขันกีฬานอกรอบค่ะ โดยที่เรานั้นได้เล่นกีฬาแฮนด์บอลกับเพื่อร่วมห้องทั้งหมดค่ะ โดยการแข่งขันทีมของเราแพ้ค่ะ แต่ว่าในระหว่างการแข่งเกิดการมีปัญหาจนรุ่นพี่ของอีกทีมที่ชนะหมายหัวจะตบตีนอกสนามให้ได้ ซึ่งคนที่โดนเป็นเพื่อนรักที่คบมาหนึ่งปีเต็มเราเองก็โดนหมายหัวไว้เลยบอกจะจะช่วยเพื่อนทั้งที่เราเป็นคนปอดแหกไม่เคยตบตีคนแต่เพื่อเพื่อนจะทำค่ะ แล้วอีกวันหนึ่งพอถึงเวลาแฟนของเพื่อนที่มีเรื่อง(ซึ่งเรากับผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนกันมา 3 ปี) บอกให้เราไปหารุ่นพี่พวกนั้น เราก็ไปทั้งที่มีเพื่อนตามไปด้วยแต่ว่าเราขอให้ไม่อยากมีเรื่องอ่ะ กลัวมันเสียหมดทุกคน แต่พอถึงเหตุการณ์เข้าจริงกลุ่มพี่พวกนั้นเค้าพูดว่า
น้อง...เพื่อนน้องขอโทษพี่แล้วนะ มันยอมแล้วและพี่ก็ยกโทษให้แล้ว แต่ว่าพี่เค้ามีหมายหัวเราแทนแล้วถามว่าน้องเอาไปบอกอาตารย์ใช่มั้ยเพื่อนน้องมันบอกแล้วว่ามันไม่ได้ฟ้อง ถ้าไม่มีรายนั้นฟ้องงั้นน้อง(เรา) ก็เป็นคนที่ฟ้องเองใช่มั้ย เราก็บอกว่าไม่ได้ฟ้องไม่ได้พูดอะไรเลยนะทั้งที่เรากลัวสุดๆ แต่พี่เค้าไม่เชื่อเราเลยค่ะ ไม่มีใครเชื่อ ถึงแม้จะไม่โดนตบกลับมาจารึกบนใบหน้าแต่ก็เจ็บใจที่โดนเพื่อนที่เราเชื่อใจหักหลังใจอย่างเลือดเย็นและเสแสร้งที่สุดเราเลยได้แต่ร้องไห้กับเพื่อนที่มาอยุ่กับเราในตอนนั้นกลัวเราจับตัวคนเดียวถึงแม้จะไม่เจ็บตัวแต่ก็ร้องไห้เพราะความเสียใจ แต่นั่นยังไม่หมดเพราะว่ามีอีก
อีกหนึ่งวันหลังจากนั้นพวกเราก็มานั่งเรียนตามปกติแต่พอหมดคาบแล้ว แฟนของคนที่โดนเพื่อเมินก็มานั่งกลางห้องแล้วก้พูดเชิงด่ากระทบกระเทียบมาทางเราเองแวบอกว่าแฟนมันไม่ผิด แฟนไปขอโทษพี่เค้าแล้ว ใครที่เอาเรื่องไปบอกครูก็ช่วยรู้ตัวด้วยนะแล้วก็เลิกตอแหลได้แล้ว นั่นแหล่ะที่เราเดือดที่สุด ถ้ามันไม่ได้ด่าแฟนมันก็หมายความว่าด่าเรา ทั้งที่เรากับผู้ชายคนนี้ร้เป็นเพื่อนกันมา 3 ปีแล้วนั่นก็แฟนที่เป็นเพื่อใหม่ของเราเพิ่งคตบกันได้ปีเดียว เรารู้ว่าคนรักต้องเลิกแฟนแต่ทำไมมันต้งด่าเราว่าคำนี้ด้วย ทั้งที่เราไม่ได้เอาไปบอกครู แต่มีเพื่อนเราเห็น(เห็นกันทั้งห้องที่มันปากกล้าแล้วบอกกับครูที่สอนซึ่งเป็นโฮมรูมของพี่กลุ่มนั้นเอง) ที่นี้เราร้องไห้เป็นครั้งที่สองภายในเวลาสองวันติดกันเพราะว่าคำว่า ตอแหลที่หลุดออกมาจากปากเพื่อน ทั้งที่มันน่าจะรุ้อยู่เต็มอกว่าใครโกหกกันแน่ แถมมันยังบอกว่าอย่าดกรธกันเลยนะให้อภัยกันเพื่อนกันนะ แต่ใครที่ตอแหลอันนี้ไปปรับปรุงน่าจะรู้ตัว เพื่อนทั้งห้องที่เข้าข้างเราหันไปไม่เชิงเข้าข้างอีกฝ่ายแต่ขอให้คืนดีกัน จนในที่สุดเราเดินเข้าไปกอดเพื่อนสนิทคนนั้นแน่นๆแล้วบอกว่า
เพื่อเพื่อนเราไม่โกรธแล้วนะ แล้วมันก็บอกว่ามันก็ไม่โกรธล้วเช่นกันที่เรื่องเพื่อนๆเข้าใจมันผิดแบบนี้(ไม่ทราบว่ามันน่ะถูกตรงไหน) ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเพื่อนสนิทคนนี้เราก็ไม่ได้มีความเชื่อใจอีกเลยถึงจะพูดกันแต่ใครที่ผิดหน้าจะรู้ตัวเพราะมันไม่กล้าสู้หน้าเราเลยไม่มานั่งกลุ่มเดียวกัลเราอีกเลย และเราก็ตรหน้าผู้ชายไว้ว่าฝั่งฝันของมันไม่มีทางดีแน่ มันกฌโกรธนะคะแต่น่ารู้ตัวเองเพราะมันก็จำได้เต็มอกก่อนที่มันจะมาปกป้องแฟนมันได้คนที่มันมาร้องไห้ระบายความเสียใจเรื่องแฟนมันคนนี้นอกใจไปคั้งหนึ่งมันมาร้องไห้กับใคร ไปมือใครเช็ดน้ำตาไปร้องที่บ้านใคร แต่พอขึ้นม.6 ก้เลิกกันไปโดยถาวรโดยผู้หญิงคนนี้ไม่สนมันอีกมันจะเฮิตว์ไปเลยก่อนที่จะได้กำลังใจจากเพื่อนทุกๆคนแล้วเข้มแข็งอีกครั้ง
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นนะคะ ฮิฮิ (ไม่ได้โกหกเลยแม้แต่คำเดียว )
เรื่องที่สอง : วันที่สูญเสียเพื่อนคนสำคัญ
ในชีวิตของคนคงไม่มีใครพ้นจากเรื่องร้ายๆเช่นกการออกจากโรงเรียนไปก่อนจบหรือไม่ก็การจากไปไม่มีวันกลับมาอีก ซึ่งเรื่องมันเกิดขึ้นว่า มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในห้องตอนม.ปลายของเราไม่ได้โรงเรียนเป็นเวลาช่วงหนึ่ง จนแฟนมัน (ซึ่งเป็นรักครั้งแรกของเรา) ก็เริ่มมีปัญหาเพราะมันถูกผู้หญิงบอกเลิกดดยไม่มีสาเหตุและทิ้งไว้เพียงว่า ผู้หญิงคนนี้มีคนใหม่แล้ว มันเลยไปคบกับเพื่อนสนิทของแฟนมันแทน ซึ่งนั่นก้กลายเป็นเรืองใหญ่ที่ไอ้ซื่อนี่ไม่เคยรู้ตัวมาก่อน เราเองก็ได้แต่มองว่ามันน่าสงสารที่ถูกแฟนทิ้งแต่การมีแฟนใหม่โดยที่เป็นเพื่อนของแฟนเก่ามันไม่ดี เหมือนเป็นการประชดใครคนหนึ่งไม่มีผิดแต่เราไม่ใช่เค้าเราไม่รู้ ซึ่งผู้ชายคนนี้ยืนยันว่ารักกับคนนี้จริงๆไม่ได้เอามาเพื่อฟังหน้าใฟ้แฟนเก่าเจ็บใจ
แต่เร่องมันเกิดขึ้นที่ว่าแฟนเก่ากับมาเรียนเพื่อสานเรื่องลาออกค่ะเพราะว่าปัญหาใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นพอรุ้ว่าแฟนเก่าที่เพิ่งบอกเลิกคบกับเพื่อนรักของตัวเองก็เป็นเรื่องและเกิดจะตบกันในห้องเรียนทันทีแต่เพื่อนยแกไว้ก่อนและแยกย้ายกันไป โดยอีกประมาณสองวันต่อมาคนที่เป็นแฟนเก่ามาคุยกับเราทั้งที่ไม่ค่อยสนิทกันแต่เพื่อนคนนี้กับเลือกที่จะระบายกับเรา เธอเล่าเรื่องของรักครั้งแรกของเราซึ่งตอนที่ยังไม่เลิกมันเป็นคนดีแล้วเพื่อนคนนี้ก็รักมันมาก เราเลยถามว่าทำไมแมว(นามสมมติ) ถึงเลิกกับเค้าล่ะ แมวจึงบตอบว่าตอนนี้เราน่ะกำลังจะตายเพราะว่าดดนคดีค้ายา(ซึ่งเป็นเรี่องจริง) ไหนๆเราก็จะไม่อยู่แล้วก็เลยเล่าให้ฟังก่อนที่จะรู้ถึงหูเพื่อนทุกคนแต่ตอนนั้นเพื่อนคนนี้ก็ได้จากไปเพราะการหลบหนีแล้วโดยที่คนที่เป็นแฟนเก่าสไม่รู้เลยว่า เหตุผลของแมวทที่ทิ้งมันไปเพราะอะไร แต่เรารู้เพราะแมวเธอบอก เค้าเป็นคนที่รักผู้ชายคนนี้มากเราพคำพูดของเค้าคือ
เราน่ะเลือกที่จะไปเส้นทางนรกนั่นเพราะว่า แฟนคนใหม่ที่มันหลงไปคบแล้วเป็นลูกคนมีอิทธิพลในด้านเรื่องยานั่นแล้วบังคับว่าจะฆ่าแฟนของแมวที่รร. มวก็เลยเลือกให้มันมีอนาคตที่ดีกว่า โดยแมวขอเป็นคนผิดเพียงคนเดียว
.
.....
และอีกหนึ่งที่สูญเสียไปคือเพื่อนที่รักกันมา เป็นที่รักของทั้งห้องเลยเพราะว่าเค้าเป็นคนที่ร้องเพลงเก่ง เพราะมากและเสียงคล้ายกับแบงค์วง แคลช... ได้รับรางวัลที่หนึ่งของระดับภาคกลาง ในงานอะไรสักอย่างที่เกี่ยสกับการขับร้องเพลงลูกทุ่งและได้รับรางวัลกับพระเทพฯด้วย(อันนี้เรายินดีกับมันมากเลย) แต่มันก็จบลงเพราะว่า ครั้งสุดท้ายที่เจอกันตอนนี้เรากับมันกำลังถูกคัดเลือกในการไปแข่งขันการตอบคำถามภาษาไทยระดับโรงเรียน ตอนนั้นเรากับมันก็ไม่รู้จะส่งใครไปแค่มันบอกว่า เราไม่ไปหรอกเราเป็นผู้ชายเราตอยไม่รอบคอบหรอก แล้วอีกอย่างวันนั้นมีธุระนะ เราเลยไปเองและพอทีนี้เรื่องมันก็เกิดขึ้น การแข่งขันมีขึ้นในวันจันทร์แต่วันที่เกืดเรื่องคือวันเสาร์ ช่วงเวลาประมาณเที่ยงกว่าๆเราได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมห้องว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้ตายแล้ว เราแทบเป็นลมกับคำว่าตายแล้ว
และเรายังไม่อยากเชื่อเลยจริงๆว่าจะไปแล้วเราเลยขอให้ทางบ้านพาไปที่วัดของหมู่บ้านที่มันอยู่ แล้วไปที่บ้านของมันปรากฏว่ามันอยู่กับคุณยายและคุณตาไม่แข็งแรง แล้วพอ 5 โมงเย็นของวันนั้นเราก็เจอกับร่างของเพื่อนผู้ชาบยที่เป็นที่รักของทุกคนในสภาพที่ซีดและไร้ลมหายใจ เราถึงกับร้องไห้เพราะสูญเสียเพื่อนคนนี้ไปแล้วโดยที่ทุกคนก็ร้องไห้กันหมดเพราะว่าเพื่อนคนนี้เป็นที่รักของทุกคนเลยค่ะ แล้วที่สำคัยตอนนั้นมันมีแฟน แฟนมันก็ร้องไห้จนใจจะขาดเพื่อเราคนนี้ครอบครัวไม่อบอุ่นเพราะพ่อกับแม่ของเค้าเลิกกันตั้งแต่เค้าอายุ 3 ขวบ(อาจจะน้ำเน่าแต่มันเป็นรื่องจริงของชีวิตเพื่อนคนนี้) ซึ่งที่เราจำได้คือรอยยิ้มของเพื่อนคนนี้ เสียงเพลงที่สนุกมนานซึ่งมันไม่มีอกแล้ว ภายในห้องเรียนที่ไม่มีเพื่อนคนนี้มันเงียบเหรอเกินบุคคลที่เป็นที่น่าแกล้งของเพื่อนทุกคนและเป็นคนที่เรียนเก่งโดยเฉพาะวิชาฟิสิกส์ แต่วันนี้ไม่มีอีกแล้ว ไรเสียงหัวเราะ ไร้เสียงการร้องเพลงและไร้เสียงของคนขี้เล่นคนนั้นไปตลอดกาล
สิ่งที่เราจำได้คือความฝันของเพื่อนคนนี้ ความปราถนาของเพื่อนผู้ชายคนนี้คือ...
ขอให้เค้าได้มีโอกาสกินข้าวพร้อมครอบครัวเหมือนกับครอบครัวคนอื่น...อีกครั้ง
และเราขอมอบเพลงนี้ให้กับทุกคนนะคะ เราเองก็ลงเพลงไม่เป็นแต่ขอลงแต่เนื้อร้องนะคะ
| เนื้อเพลง: เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป อัลบั้ม: Soundshake |
| ความเป็นจริงวันนี้แม้ทำให้เราต้องปวดใจ แต่ฉันไม่ลืมภาพเธอได้เลย เก็บอยู่ในหัวใจฉัน คิดถึงและเป็นห่วงเธอ รักเธออยู่เสมอไม่เคยลบเลือน วันเวลาจะหมุนไปนานแสนนานสักเท่าไร อยากขอให้เธอมั่นใจสัญญา จะอยู่รอที่ตรงนี้ ฉันรู้เธอไม่กลับมา แต่ความรู้สึกจะไม่เลือนจากเธอ เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป ไม่ว่าอีกนานแสนนาน นานเท่าไรไม่ลืมเลือน ความทรงจำคอยย้ำและช่วยเตือน เราต่างผูกพันด้วยรักตลอดไป เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป ไม่ว่าอีกนานแสนนาน นานเท่าไรไม่ลืมเลือน ความทรงจำคอยย้ำและช่วยเตือน เราต่างผูกพันด้วยรักตลอดไป ไกลห่างคนละฟ้า แต่ด้วยรักและศรัทธา จะเชื่อมใจถึงกัน จะสัญญาด้วยหัวใจ ไม่มีใครแทนเธอ เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป ไม่ว่าอีกนานแสนนาน นานเท่าไรไม่ลืมเลือน ความทรงจำคอยย้ำและช่วยเตือน เราต่างผูกพันด้วยรักตลอดไป ความทรงจำคอยย้ำและช่วยเตือน เราต่างผูกพันด้วยรักตลอดไป |
เอ็นทรีนี้เราไม่ได้น้ำเน่านะคะ อ่านแล้วก็เป็คล้ายๆประสบการณ์ของใครคนหนึ่งที่พบเห็นหรือเกิดกับตัวเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นและมันก้ได้ผ่านไปเกือบสองปีแล้วสำหรับบางเหตุการณ์หรือเหตุการณ์หนึ่งอาจจะหลายปี แรไม่มีเจตนาให้ใครเสียหายนะคะ ถ้ามันตรงกับเรื่องของใครก็ขออภัยด้วยเพราะบางคนที่อ่านอาจเป็นเพื่อนที่ร่วมเหตุการณ์ของเราหรือมีเรื่องที่คล้ายกันก็ได้
วันนี้อาจจะเครียดแต่ครั้งหน้าไม่เครียดแล้วนะ สัญญาค่ะ
edit @ 20 Feb 2008 22:55:50 by ♦TICKKIE♦
